วัดฝีมือผู้จัดการกองทุน LTF ปีนี้
ธันวาคม 1, 2006
นอกจากผลประโยชน์ที่จะได้จากการลดหย่อนภาษีแล้ว ข้อดีอีกทางหนึ่งของกองทุน LTF ก็คือคนที่ซื้อยังมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนจากการที่ราคาหน่วยลงทุนเพิ่มสูงขึ้น (capital gain) เปรียบเทียบง่ายๆก็เหมือนกับการได้กำไรจากราคาหุ้นที่สูงขึ้นนั่นแหละ ประมาณเดียวกัน แต่เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง เมื่อมีโอกาสได้กำไรจากราคาที่สูงขึ้นก็มีโอกาสที่จะขาดทุนจากราคาที่ลดลงด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการเลือกกองทุนที่จะซื้อจึงต้องพิถีพิถันกันหน่อย โบราณยังว่าไว้ ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ จะซื้อกองทุนให้แน่ๆ ต้องดูที่ผลงาน (อันหลังนี่เติมเอาเอง)
ถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตจะไม่ได้บ่งบอกถึงผลงานที่จะเกิดในอนาคต (ตามที่กองทุนโฆษณาเอาไว้ด้วยตัวเล็กจิ๋วขนาดที่ต้องใช้แว่นขยายส่องดูถึงจะเห็น) แต่เราก็น่าจะพออนุมานได้ว่า รถที่มันเคยวิ่งได้เร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ๆมันคงไม่ทำความเร็วทรุดฮวบมาอยู่ที่ 60 กิโลฯถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น มันก็น่าจะวิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอหรือใกล้เคียงกับของเดิมแหละน่า
เพราะฉะนั้นคลิกไปที่นี่ได้เลย ไปดูการจัดอันดับผลตอบแทนกองทุน LTF ปีนี้ว่าใครทำได้เท่าไหร่ ใครบวกมากบวกน้อย เรียงกันให้เห็นจะจะ เพื่อจะได้เอามาประกอบการตัดสินใจลงทุน จริงๆถ้าจะให้ดีควรจะดูย้อนหลังหลายๆปีด้วยว่าผลตอบแทนที่ทำได้สม่ำเสมอไหม ไม่ใช่ว่าปีนี้บวกซะเยอะ แต่ที่ผ่านมาขาดทุนป่นปี้มาตลอด อันนี้ก็ไม่ไหว แต่ว่ากองทุน LTF นี่มันก็เพิ่งมีมาไม่นาน สถิติย้อนหลังอย่างดีก็ได้แค่ปีเดียว ปีกว่า ก็ยังดีน่า ลองดูแล้วกันน่าจะช่วยให้เลือกได้ดีขึ้น ซื้อแล้วนอนหลับฝันดี ไม่ต้องฝันร้ายจนตื่นขึ้นมากลางดึก
ขอให้มีความสุขและได้กำไรจากการลงทุนครับ
powered by performancing firefox
Entry Filed under: Mutual Fund, Stock. .
1 Comment Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed





1.
LTF | ธันวาคม 8, 2008 at 6:00 pm
ช่วงนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ มองได้ทั้งเป็นโอกาสที่น่าลงทุนได้ เพราะราคาต่ำลงมามาก
แต่อีกมุมมอง จากการที่ตลาดหุ้นยังไม่มีทิศทางที่แน่นอน ทำให้การคาดการณ์ต่างๆ ทำได้ยาก และเป็นเรื่องที่อาจจะน่ากลัวมากด้วยครับ
ลองสร้างมุมมอง ถ้าเกิดการสูญเสียทางด้านตัวเลขดูครับ แล้วอาจตัดสินใจ
ได้ง่ายขึ้นว่าเราเองพร้อมที่จะลงทุนกับความเสี่ยง เพื่อนำไปใช้สิทธิ์ลด
หย่อนภาษีหรือไม่ครับ
จำนวนเงินที่จ่ายภาษีไปแบบเต็มที่ จะหมายถึงตัวเงินที่จ่ายไป โดยไม่ได้
กลับคืนแน่ คือจ่ายแล้วจ่ายเลย
ส่วนเงินลงทุน แม้บางช่วงเวลาอาจทำให้เกิดการสูญเสีย แต่ก็ยังเป็นเพียง
แค่ตัวเลขที่เมื่อเวลาผ่านไป อาจจะทำให้การสูญเสียเป็นเพียงแค่ชั่วคราว
ซึ่งหมายถึงเมื่อถึงเวลาครบกำหนด เรายังมีโอกาสทั้งการได้คืนมา แถมด้วย
กำไรเพิ่มขึ้นได้อีกด้วยก็ได้ครับ
หรือแม้ว่าเมื่อถึงเวลาไถ่ถอนคืนได้ จะมีการสูญเสียไปบ้างเล็กน้อย แต่ถ้า
เป็นการสูญเสียที่น้อยกว่าการที่ต้องเสียไปอย่างถาวรในการจ่ายภาษีก็น่า
จะหมายถึงกำไรที่เกิดจากการลงทุนได้ครับ