การออมเงินรูปแบบใหม่
มกราคม 9, 2007
ไม่รู้ว่าคุณเริ่มเจอกันบ้างหรือยัง แต่ผมกับคนใกล้ชิดหลายๆคนโดนกันแล้ว แถมบางคนยังโดนหลายเจ้าอีกด้วย ที่ว่าโดนนี่ก็คือ มีโทรศัพท์มาขายบริการออมเงินรูปแบบใหม่
ผมได้ยินครั้งแรกก็งง อะไรวะ ออมเงินรูปแบบใหม่ นึกในใจไปก่อนเลยว่าไอ้นี่หลอกกูแน่ แต่ก็บอกให้อธิบายมาให้ฟังหน่อย เขาว่าอย่างนี้ครับ คุณฝากเงินกับบริษัทของเขาทุกเดือนเป็นจำนวนเท่ากัน (ตอนแรกนี่ยังไม่บอกว่าบริษัทอะไร) มีหลายรูปแบบให้เลือก สมมุติว่า ฝากต่อเนื่องกันจนถึงปีที่ 5 แล้วคุณจะได้รับดอกเบี้ยทุกปีไปจนถึงปีที่ 10 พอถึงปีที่ 10 คุณก็รับเงินก้อนทั้งหมดคืนไป เท่านั้นยังไม่พอ ในระหว่างที่ฝากเงินอยู่ ถ้าเกิดไม่สบายต้องไปหาหมอหรือเข้าโรงพยาบาลก็มีเงินค่าใช้จ่ายให้ด้วย ตามอัตราที่เขากำหนดให้
ฟังมาถึงตรงนี้ เอ๊ะ มันชักคุ้นๆ ก็เลยถามไปว่า ไอ้นี่มันเหมือนประกันเลยนี่ ใช่ครับ เป็นประกันครับ อ้าว แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าเป็นประกัน มันก็อึกอัก แล้วถามมาว่า พี่สนใจไหมครับ ไม่ครับ แล้วก็วางสาย
หลังจากนั้นผมก็ลองมานั่งคิด ทำไมมันถึงไม่ยอมบอกตั้งแต่แรกว่ามาขายประกัน ทำไมต้องบอกว่าเป็นการออมเงินรูปแบบใหม่ ถามเองตอบเอง (เดาเอา) คิดว่าคงเป็นเพราะถ้าโทรไปหาใครแล้วบอกว่ามาขายประกันคนส่วนมากเขาก็คงวางสาย เพราะผมก็วางไปแล้วหลายสาย โดนอย่างนี้หลายๆครั้งก็คงต้องปรับวิธีการขายเสียใหม่ เปลี่ยนจากประกันมาเรียกว่าการออมเงินรูปแบบใหม่แทน ถึงแม้ท้ายสุดจะต้องยอมรับว่าขายประกัน แต่ก็เปิดโอกาสให้ขายได้นานขึ้น
ทีนี้ลองคิดต่อ ปัญหามันอยู่ที่ว่า การฝากเงินน่ะธนาคารคุ้มครองเงินฝากเต็ม 100% ส่วนประกันนี่คุ้มครองหรือเปล่า อันนี้ผมไม่แน่ใจ แล้วในเรื่องของจรรยาบรรณอีกล่ะ ถ้าหากถึงขนาดที่ว่าเวลาขายของยังต้องหลอกลูกค้ากันอย่างนี้แล้วล่ะก้อ ผมว่าวงการประกันมีปัญหาแล้วล่ะครับ
23 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed





1.
alwayslek | มกราคม 9, 2007 at 6:10 pm
how could we buy an insurance from a seller who lie about their product???
2.
mymoney | มกราคม 9, 2007 at 6:23 pm
นั่นน่ะสิครับ แต่ที่น่าสงสัยก็คือมันแพร่ระบาดกันมากแล้ววิธีนี้ เพราะเท่าที่สอบถามดูจากหลายๆคนที่เจอโทรศัพท์แบบนี้ ไม่ได้มาจากเซลส์ประกันบริษัทเดียวกันนะครับ มาจากหลายแหล่งเชียวล่ะ แล้วไม่ใช่บริษัทเล็กๆด้วย ประกันที่มีชื่อเสียงใหญ่โตก็มี ประกันในเครือธนาคารเล็กก็มี ธนาคารใหญ่ก็มี ผมถึงว่า มันต้องมีปัญหาแล้วล่ะวงการประกันเนี่ย
3.
heronop | มกราคม 9, 2007 at 11:20 pm
Hey Your got Virus Blog-Tagged Now.
Enjoy this Virus kab
4.
Khun T | มกราคม 10, 2007 at 1:14 am
คนขายคงกลัวว่าถ้าบอกว่า พี่ครับ สนใจประกันรูปแบบใหม่หรือเปล่า แล้วเราจะตอบว่า มีแล้ว ขอบคุณครับ สวัสดี
แต่เรื่องอย่างนี้ไม่ค่อยดีเลย คนทั่วไปน่าจะคิดคล้ายๆที่คุณ alwayslek ว่าไว้
5.
PaePae | มกราคม 12, 2007 at 10:22 am
> การฝากเงินน่ะธนาคารคุ้มครองเงินฝากเต็ม 100%
ปัจจุบันจริง แต่อนาคต ไม่ใช่ครับ
โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว จะไม่มีการรับประกันเต็ม 100%
ส่วนประกันชีวิตทั้งหลาย คุ้มครองเงินตามที่ระบุในกรมธรรม์ 100% เสมอ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ย้ำว่าตามที่ระบุในกรมธรรม์นะครับ
6.
mymoney | มกราคม 12, 2007 at 10:37 am
คุณ paepae
เรื่องสถาบันประกันเงินฝากพูดกันมาเกือบ 10 ปีแล้วนะครับ ไปไม่ถึงไหนซักที ครั้งนี้ขุดขึ้นมาใหม่แต่ก็ไม่รู้ว่าจะออกมาเมื่อไหร่ แล้วถึงจะมีผลบังคับใช้ก็ยังมีช่วงเวลาเพื่อให้คนฝากเงินปรับตัว โอเค อนาคตจะไม่คุ้มครองเต็ม แต่ก็คงอีกหลายปีครับ ผมโพสต์ตามข้อมูลปัจจุบันครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเรื่องประกันครับ เรื่องนี้ผมมืดบอดจริงๆครับ
7.
ดารณี | สิงหาคม 9, 2007 at 12:03 pm
หน่วยลงทุนใหม่ ไม้กฤษณา การลงทุน ผลตอบแทน 200%
Money grows on trees
** โครงการปลูกป่าจัดการแบบเบ็ดเสร็จ เป็นกลุ่มบริษัทมหาชนมีสำนักงาน 9 ประเทศ ได้แก่
ประเทศไทย ศรีลังกา ออสเตรเลีย ฮ่องกง ดูไบ การ์ต้า เกาหลีใต้ จีนและมาเลเซีย
โดยบริษัทฯ มีแผนดำเนินธุรกิจขยายกิจการ ไปอีกมากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก
แปลงปลูกประเทศไทยอยู่ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 1,900 ไร่
** เพียงลูกค้าลงทุนเฉพาะเงินทุนเท่านั้น เรามีทีมงาน และนักวิชาการระดับมืออาชีพดูแลให้แบบเบ็ดเสร็จ
ไม่ต้องซื้อที่ดิน ไม่ต้องจ้างคนดูแล ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง
** ผลตอบแทน 22-30%ต่อปีของการลงทุน ขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยลงทุน
รายได้จากหน่วยลงทุนสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้ 80%จากผลตอบแทน
** ลงทุนเริ่มแรกขั้นต่ำที่ราคา 64,500 บาท = 23 หน่วย ไปจนถึง 2,176,000 บาท = 920 หน่วย
** มีระบบ BUFFER STOCK ของบริษัทสำรองให้กับลูกค้าเท่ากับหน่วยลงทุนที่ลูกค้าลงทุน
** ประกันความเสี่ยงได้100% มีประกันภัยธรรมชาติให้ตลอดการลงทุน
**มีระบบการจัดการที่ดี มีการวิจัยและพัฒนา รวมถึงเทคโนโลยีระดับมาตรฐานสากล
จากนักวิจัยของมหาวิทยาลัย มิเนโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา
**บริษัทฯจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณใกล้สิ้นปี 2007 ปัจจุบันอยู่ใน
COLOMBO STOCK EXCHANGE ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.touchwood.com
** โครงการได้รับการส่งเสริมจาก BOI และรับรองโดย กรมป่าไม้
ด้วยแรงผลักดันของรัฐบาลกระตุ้นให้เป็นทางเลือกใหม่ของนักลงทุนในการสร้างผลกำไร
ระยะเวลาในการลงทุน 6 ปี
โครงการสวนป่าจัดการไม้กฤษณา + เทคโนโลยีระดับโลก = ผลกำไรของคุณ !
Harvest Returns
Agar wood Woodlots with maturity between6 years. Touchwood Agar wood reforestation projects,
with thesatisfaction of one of the highest rates of return available.
Currently up to 22-30%per annum compounded over 6 years. Only TFC reforestation projects
can give this exception return. The estimated value for each tree at harvest is 10,000 Thai Baht.
บริษัทมีความยินดีให้บริการในการพาชมโครงการได้ทุกวัน
ปรึกษาการลงทุนติดต่อ
คุณดารณี เลิศเจริญสวัสดิ์
โทร. 089-146-7446
e-mail: Daranee.tw@gmail.com
บริษัท ทัชวู๊ด ฟอร์เรสตรี้ จำกัด
อาคารวานิสสา ชั้น6 เลขที่29 ซอยชิดลม
ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. 10330
8.
mymoney | สิงหาคม 9, 2007 at 4:33 pm
ไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ใครสนใจก็โปรดพิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนเข้าลงทุนนะครับ
9.
dudeedee | สิงหาคม 30, 2007 at 9:34 am
ผลตอบแทนเยอะดีครับ ตั้ง 200 % ใครไม่เอาก็ฉลาดแล้วครับ อ้าว ไม่ได้โง่จริง ๆ ครับ มีที่ไหนครับ ถ้ามันกำไรขนาดนั้นจริง จะมาเรียกเราไปลงทุนทำไม มีหรือครับ ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่ กำไรขนาดนั้น จะมาเที่ยวหาตัวแบ่ง ไอ้ประเภทอยากแบ่งให้เพื่อนรวย ไม่มีหรอกครับ
10.
ดารณี เลิศเจริญสวัสดิ์ | สิงหาคม 30, 2007 at 12:34 pm
คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิต เพราะลูกค้าทุกคน แม้แต่ดิฉันก็ต้องถามกับทางบริษัท ว่าทำไม?
เหตุผลที่บริษัท ขายหน่วยลงทุน เพราะ
บริษัทมีทุนจำกัด ถ้าจะเติบโตโดยเร็ว โดยไม่มีการกู้ยืมเงิน ก็ต้องหาผู้ร่วมลงทุน เหมือนธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ และเพิ่มผลผลิต เป็นคำตอบที่ดิฉันได้รับก่อนที่จะร่วมงานกับบริษัท
ความคิดเห็นส่วนตัว…
มีเรื่องเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการตัดสินว่าสิ่งไหนดีไม่ดี
เรื่องมีอยู่ว่า…
มีผู้หญิงคนหนึ่ง รอขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน ระหว่างรอ
เธอก็ซื้อนิตยสารและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและทานไปด้วย
เธอเหลียวมองเพื่อหาที่นั่ง จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งที่ที่นั่ง
รอผู้โดยสารที่ว่างอยู่ ข้างๆเธอมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งกางแขน
กางขา อย่างไม่สนใจว่าจะมีใครนั่งด้วยหรือไม่
เธอเปิดอ่านนิตยสารไปและหยิบคุ๊กกี้ข้างที่นั่ง ทานไปด้วย
สักพัก เธอสังเกตุเห็นผู้ชายข้าง ๆ เธอหยิบคุ๊กกี้กิน
เธอรู้สึกเคืองใจและอยากจะตะโกนด่าทอ แต่ด้วยความที่เธอ
เป็นผู้หญิง เธอจึงสงบใจและคิดในใจว่า ลองนิ่งดูสักพักว่าเขายังจะหยิบคุ๊กกี้กินอีกหรือไม่
ผู้ชายคนนั้นยังหยิบคุ๊กกี้กินไปโดยไม่สนใจว่าเธอจะมอง
หรือคิดอย่างไร
เธอจึงคิดว่า เอาเถอะแค่คุ๊กกี้เอง ถือว่าทำบุญแล้วกัน เธอก็ไม่สนใจและหยิบคุ๊กกี้กินไปด้วย
เธอหยิบชิ้น เขาหยิบชิ้น
จนกระทั่งคุ๊กกี้เหลือชิ้นสุดท้าย
เธออยากรู้ว่า เขาจะทำอย่างไรกับคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้าย
ไม่นานเขาก็หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายขึ้น
เธอมองหน้าเขา และเขาก็มองหน้าเธอ
เขาหยิบคุ๊กกี้ไปแบ่งครึ่ง และส่งให้เธอ
เธอก็รับมาและไม่พูดอะไร
ไม่นานก็มีเสียงเรียกผู้โดยสารให้ขึ้นเครื่อง
เธอลุกจากที่นั่ง โดยไม่หันไปมอง หรือแม้แต่จะชายตาเลย
เป็นคุณก็คงอยากทำเช่นนั้น
เมื่อเธอขึ้นเครื่องและนั่งยังที่นั่งของเธอเรียบร้อย เธอจึงหยิบนิตยสารในกระเป๋าเพื่ออ่านต่อให้จบ
ทันใดนั้น เธอก็เห็นถุงคุ๊กกี้ของเธออยู่ในกระเป๋า
…
ที่เหลือคุณลองจินตนาการดูแล้วกันว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร
ถ้าคุณเป็นเธอละ คุณจะรู้สึกอย่างไร
…
คนส่วนใหญ่มักจะตัดสินคนเพียงเบื้องต้น
หากคุณมีข้อสงสัย ลองศึกษาข้อมูล
ก่อนตัดสินใจว่าอะไร จริง ไม่จริง
ดีกว่ามั้ยคะ…
11.
mymoney | สิงหาคม 30, 2007 at 12:54 pm
ผมยืนยันซ้ำอีกทีว่าไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ใครสนใจก็พิจารณาให้ถี่ถ้วน ซักถามกันให้พอใจก่อนเข้าลงทุนนะครับ
12.
nitirat | มกราคม 21, 2008 at 5:53 pm
http://www.forest.go.th/silvic/WP_Publications/Paper_SVGPub_PDF/ForestDiscussSem2545/g5t1.pdf.
ใครไม่อยากเป็นเหยื่อไม้กฤษณา ลองอ่านงานของกรมป่าไม้ดูครับ
เกลียดคนหลอกกัน
อิๆ
บ.วู๊ดๆ อะไรเนี่ยถูกฟ้องร้องอยู่นี่ครับ แอ่ะๆ
13.
mymoney | มกราคม 21, 2008 at 6:24 pm
รบกวนขอลิ้งค์ใหม่อีกครั้งครับ ลิ้งค์ที่ให้มามันคลิกไปไม่ได้ครับ
ขอบคุณครับ
14.
Khun T | มกราคม 21, 2008 at 11:54 pm
http://www.forest.go.th/silvic/WP_Publications/Paper_SVGPub_PDF/ForestDiscussSem2545/g5t1.pdf
เอาจุดออกครับ ก็ใช้ได้เลย
15.
mymoney | มกราคม 22, 2008 at 8:57 am
ขอบคุณครับ
16.
weerasak | กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 1:10 am
เรื่องขายเงินออมโดยมีประกันสุขภาพและประกันชีวิตมันก็คือ บริษัทประกันนั้นแหละ แต่ทีโทรไปแล้วเค้าไม่บอกว่าโทรจากบรษัทประกันเพราะ พวกปิดกั้นตัวเองไม่ยอมรับฟังมันชอบวางหูเนื่องจากติดกับความรู้สึกเดิมๆเลยไม่รู้ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไรแล้ว บริษัท หรือคนขายที่มีปัญหามันแยกกันไม่ออกเพราะขาดปัญญาในการคิด ถ้าวันนี้เรารับฟัง แล้วคิดและตัดสินใจน่าจะดีกว่าไหมคับ คุณอาจจะพลาดสิ่งทีดีที่สุดไปก็ได้นะ
ถ้าไม่เข้าใจก็ mail มาคุยแล้วกันนะๆๆ
17.
mymoney | กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 9:02 am
ถ้าวัดจากพฤติกรรมที่คุณ weerasak ว่ามา ผมก็เป็นพวกปิดกั้นนะครับ เพราะชอบวางหูเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นเพราะติดกับความรู้สึกเดิมๆ แล้วก็รู้อยู่ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะผมสามารถหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆได้ครับ แต่ที่ไม่ทำเพราะไม่เห็นความจำเป็นครับ คนที่ไม่ฟังและไม่ซื้อประกันไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญญาในการคิดเสมอไปนะครับ เขาอาจจะมีปัญญาคิดเรียบร้อยแล้วก็ได้ว่า มันไม่จำเป็นครับ
ขอบคุณครับ
18.
kirara | กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 4:16 pm
ปัจจุบันธุรกิจด้านประกันภัยในเมืองไทย (สำหรับบางบริษัท ขอย้ำว่าบางบริษัทนะคะ) ได้มีนโยบายในการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นนักวางแผนและที่ปรึกษาทางการเงินที่ดีได้ สำหรับคำว่า “การออมเงิน” ที่ถูกนำมาใช้กับธุรกิจประกันนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ เพราะเป็นทับศัพท์วิชาการในหมวดเรื่องของ wealth management เนื่องจากการออมเงินมิใช่การลงทุนทางการเงิน และประกันก็มิใช่การลงทุนด้วย ทุกท่านสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเบื้องต้นในเว็บของ TSI ค่ะ http://edu.tsi-thailand.org/ และอีกอย่างทุกคน ต่างคนต่างอาชีพ ความสามารถความถนัดย่อมต่างกัน (เก่งกันคนละด้าน)ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสังเคราะห์วิธิการดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง ข้อมูลค้นคว้าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งก็ต้องปรึกษาผู้รู้จริง แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้าวันนึงคุณเจอตัวแทนประกันที่ดี และเป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้ด้วย คุณจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาเค้าอย่างมากเลยทีเดียว เพราะกว่าที่เค้าจะผ่านการมาเป็นที่ปรึกษาให้กับเราได้ มันต้องผ่านการเรียนรู้ การวัดผล และประสบการณ์ ที่ไม่ใช่เพียงรู้แต่เรื่องขายประกัน เพราะการทำประกันช่วยสร้างอรรถประโยชน์ได้หลากหลายอย่างในชีวิต ส่วนบุคคล รวมถึง ธุรกิจ ทั้งในเรื่อง Saving plan / tax saving / education plan / retirement etc.
19.
mymoney | กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 4:29 pm
ขอบคุณคุณ kirara มากครับ
20.
งงจัง | กรกฎาคม 25, 2008 at 11:34 pm
แปลกนะคนไทย ต่างชาติเคาหาซื้อเองกันให้วุ่น คนไทยกลัวประกัน เกิดมาเพียบพร้อมกันแล้วเหรอ รู้ไหมว่าเค้าทำกันไว้ปิดช่องโหว่ของชีวิตตัวเองและครอบครัว ต่างชาติเกือบทุกชาติเริ่มทำงาน 22-23 เค้าทำทันที มีลูกเกิดมาทำให้ลูกทันที เกษียณเค้าถึงสบายกันเที่ยวกันให้โครมคราม คนไทยบางคนคุยกัน อายุปาเข้าไปเกือบ 30 ไม่มีประกัน เกษียณคงคิดว่ารอลูกเลี้ยงละมั้ง แปลกแต่จริงเพื่อนต่างชาติฟังแล้วทำท่าตกอกตกใจซะน่ากลัว
21.
ธัญญรัตน์ | กันยายน 7, 2008 at 9:59 pm
เนเป็นตัวแทน AIA เต็มเวลาค่ะ การันตีได้ว่าเราเป็นอีกสถาบันที่คุ้มครองเงินฝากร้อยเปอร์เซนต์ อีกทั้งใบเสร็จตัวจริงยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี นำเบี้ยประกันมาคิดเป็น% ตามฐานภาษีส่วนบุคคลค่ะ มั่นใจได้แน่นอน
22.
อ.น้อย | ตุลาคม 11, 2008 at 9:53 am
เห็นด้วยกับคุณงงจังมากค่ะ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยกลัวการทำประกันชีวิต ทั้งที่มันต่างชาติกลับสนับสนุน
พอดีว่ามีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศอเมริกา ข้อบังคับข้อหนึ่งที่นักเรียนต้องทำก็คือ ต้องมีประกันสุขภาพ ตอนแรกก็แปลกใจเพราะคุ้นเคยกับบ้านเราที่วิ่งหนีประกัน พอไปอยู่ก็ถึงเข้าใจมากขึ้น
ไม่ทราบว่าเมื่อก่อนมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับธุรกิจประเภทนี้ ทำไมถึงสามารถกลายเป็นสิ่งปลูกฝังไปได้ว่าต้องปฏิเสธการทำประกันชีวิตและสุขภาพ ทั้งที่ผลประโยชน์เราเป็นผู้ได้รับ ไม่ว่าเป็นประโยชน์โดยตรงหรือโดยอ้อม
คนที่บอกว่าเปิดใจแล้ว ต้องถามต่อว่าเปิดแล้วจริงหรือ (สำหรับคนที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็น ก็ใช่ว่าเค้าจะคิดผิด หากเค้าเป็นคนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง มีเงินรองรับที่มั่นคงหลังเกษียณ แต่พูดออกมาเพียงเพื่อให้สามารถลบคำกล่าวหา คนนั้นก็ต้องปรับปรุงแนวความคิดเสียใหม่)
23.
Pakbung49 | ธันวาคม 14, 2008 at 8:20 pm
ที่กลัวประกันเพราะไม่เหลือเงินให้หักแล้วต่างหากคะ