การออมเงินรูปแบบใหม่

มกราคม 9, 2007

ไม่รู้ว่าคุณเริ่มเจอกันบ้างหรือยัง แต่ผมกับคนใกล้ชิดหลายๆคนโดนกันแล้ว แถมบางคนยังโดนหลายเจ้าอีกด้วย ที่ว่าโดนนี่ก็คือ มีโทรศัพท์มาขายบริการออมเงินรูปแบบใหม่

ผมได้ยินครั้งแรกก็งง อะไรวะ ออมเงินรูปแบบใหม่ นึกในใจไปก่อนเลยว่าไอ้นี่หลอกกูแน่ แต่ก็บอกให้อธิบายมาให้ฟังหน่อย เขาว่าอย่างนี้ครับ คุณฝากเงินกับบริษัทของเขาทุกเดือนเป็นจำนวนเท่ากัน (ตอนแรกนี่ยังไม่บอกว่าบริษัทอะไร) มีหลายรูปแบบให้เลือก สมมุติว่า ฝากต่อเนื่องกันจนถึงปีที่ 5 แล้วคุณจะได้รับดอกเบี้ยทุกปีไปจนถึงปีที่ 10 พอถึงปีที่ 10 คุณก็รับเงินก้อนทั้งหมดคืนไป เท่านั้นยังไม่พอ ในระหว่างที่ฝากเงินอยู่ ถ้าเกิดไม่สบายต้องไปหาหมอหรือเข้าโรงพยาบาลก็มีเงินค่าใช้จ่ายให้ด้วย ตามอัตราที่เขากำหนดให้

ฟังมาถึงตรงนี้ เอ๊ะ มันชักคุ้นๆ ก็เลยถามไปว่า ไอ้นี่มันเหมือนประกันเลยนี่ ใช่ครับ เป็นประกันครับ อ้าว แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าเป็นประกัน มันก็อึกอัก แล้วถามมาว่า พี่สนใจไหมครับ ไม่ครับ แล้วก็วางสาย

หลังจากนั้นผมก็ลองมานั่งคิด ทำไมมันถึงไม่ยอมบอกตั้งแต่แรกว่ามาขายประกัน ทำไมต้องบอกว่าเป็นการออมเงินรูปแบบใหม่ ถามเองตอบเอง (เดาเอา) คิดว่าคงเป็นเพราะถ้าโทรไปหาใครแล้วบอกว่ามาขายประกันคนส่วนมากเขาก็คงวางสาย เพราะผมก็วางไปแล้วหลายสาย โดนอย่างนี้หลายๆครั้งก็คงต้องปรับวิธีการขายเสียใหม่ เปลี่ยนจากประกันมาเรียกว่าการออมเงินรูปแบบใหม่แทน ถึงแม้ท้ายสุดจะต้องยอมรับว่าขายประกัน แต่ก็เปิดโอกาสให้ขายได้นานขึ้น

ทีนี้ลองคิดต่อ ปัญหามันอยู่ที่ว่า การฝากเงินน่ะธนาคารคุ้มครองเงินฝากเต็ม 100% ส่วนประกันนี่คุ้มครองหรือเปล่า อันนี้ผมไม่แน่ใจ แล้วในเรื่องของจรรยาบรรณอีกล่ะ ถ้าหากถึงขนาดที่ว่าเวลาขายของยังต้องหลอกลูกค้ากันอย่างนี้แล้วล่ะก้อ ผมว่าวงการประกันมีปัญหาแล้วล่ะครับ

Entry Filed under: Banking, Insurance. .

23 Comments Add your own

  • 1. alwayslek  |  มกราคม 9, 2007 at 6:10 pm

    how could we buy an insurance from a seller who lie about their product???

  • 2. mymoney  |  มกราคม 9, 2007 at 6:23 pm

    นั่นน่ะสิครับ แต่ที่น่าสงสัยก็คือมันแพร่ระบาดกันมากแล้ววิธีนี้ เพราะเท่าที่สอบถามดูจากหลายๆคนที่เจอโทรศัพท์แบบนี้ ไม่ได้มาจากเซลส์ประกันบริษัทเดียวกันนะครับ มาจากหลายแหล่งเชียวล่ะ แล้วไม่ใช่บริษัทเล็กๆด้วย ประกันที่มีชื่อเสียงใหญ่โตก็มี ประกันในเครือธนาคารเล็กก็มี ธนาคารใหญ่ก็มี ผมถึงว่า มันต้องมีปัญหาแล้วล่ะวงการประกันเนี่ย

  • 3. heronop  |  มกราคม 9, 2007 at 11:20 pm

    Hey Your got Virus Blog-Tagged Now.

    Enjoy this Virus kab

  • 4. Khun T  |  มกราคม 10, 2007 at 1:14 am

    คนขายคงกลัวว่าถ้าบอกว่า พี่ครับ สนใจประกันรูปแบบใหม่หรือเปล่า แล้วเราจะตอบว่า มีแล้ว ขอบคุณครับ สวัสดี

    แต่เรื่องอย่างนี้ไม่ค่อยดีเลย คนทั่วไปน่าจะคิดคล้ายๆที่คุณ alwayslek ว่าไว้

  • 5. PaePae  |  มกราคม 12, 2007 at 10:22 am

    > การฝากเงินน่ะธนาคารคุ้มครองเงินฝากเต็ม 100%
    ปัจจุบันจริง แต่อนาคต ไม่ใช่ครับ
    โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว จะไม่มีการรับประกันเต็ม 100%

    ส่วนประกันชีวิตทั้งหลาย คุ้มครองเงินตามที่ระบุในกรมธรรม์ 100% เสมอ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ย้ำว่าตามที่ระบุในกรมธรรม์นะครับ

  • 6. mymoney  |  มกราคม 12, 2007 at 10:37 am

    คุณ paepae

    เรื่องสถาบันประกันเงินฝากพูดกันมาเกือบ 10 ปีแล้วนะครับ ไปไม่ถึงไหนซักที ครั้งนี้ขุดขึ้นมาใหม่แต่ก็ไม่รู้ว่าจะออกมาเมื่อไหร่ แล้วถึงจะมีผลบังคับใช้ก็ยังมีช่วงเวลาเพื่อให้คนฝากเงินปรับตัว โอเค อนาคตจะไม่คุ้มครองเต็ม แต่ก็คงอีกหลายปีครับ ผมโพสต์ตามข้อมูลปัจจุบันครับ

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลเรื่องประกันครับ เรื่องนี้ผมมืดบอดจริงๆครับ

  • 7. ดารณี  |  สิงหาคม 9, 2007 at 12:03 pm

    หน่วยลงทุนใหม่ ไม้กฤษณา การลงทุน ผลตอบแทน 200%
    Money grows on trees

    ** โครงการปลูกป่าจัดการแบบเบ็ดเสร็จ เป็นกลุ่มบริษัทมหาชนมีสำนักงาน 9 ประเทศ ได้แก่
    ประเทศไทย ศรีลังกา ออสเตรเลีย ฮ่องกง ดูไบ การ์ต้า เกาหลีใต้ จีนและมาเลเซีย
    โดยบริษัทฯ มีแผนดำเนินธุรกิจขยายกิจการ ไปอีกมากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก
    แปลงปลูกประเทศไทยอยู่ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 1,900 ไร่

    ** เพียงลูกค้าลงทุนเฉพาะเงินทุนเท่านั้น เรามีทีมงาน และนักวิชาการระดับมืออาชีพดูแลให้แบบเบ็ดเสร็จ
    ไม่ต้องซื้อที่ดิน ไม่ต้องจ้างคนดูแล ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง

    ** ผลตอบแทน 22-30%ต่อปีของการลงทุน ขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยลงทุน
    รายได้จากหน่วยลงทุนสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้ 80%จากผลตอบแทน

    ** ลงทุนเริ่มแรกขั้นต่ำที่ราคา 64,500 บาท = 23 หน่วย ไปจนถึง 2,176,000 บาท = 920 หน่วย

    ** มีระบบ BUFFER STOCK ของบริษัทสำรองให้กับลูกค้าเท่ากับหน่วยลงทุนที่ลูกค้าลงทุน

    ** ประกันความเสี่ยงได้100% มีประกันภัยธรรมชาติให้ตลอดการลงทุน

    **มีระบบการจัดการที่ดี มีการวิจัยและพัฒนา รวมถึงเทคโนโลยีระดับมาตรฐานสากล
    จากนักวิจัยของมหาวิทยาลัย มิเนโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา

    **บริษัทฯจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณใกล้สิ้นปี 2007 ปัจจุบันอยู่ใน
    COLOMBO STOCK EXCHANGE ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.touchwood.com

    ** โครงการได้รับการส่งเสริมจาก BOI และรับรองโดย กรมป่าไม้
    ด้วยแรงผลักดันของรัฐบาลกระตุ้นให้เป็นทางเลือกใหม่ของนักลงทุนในการสร้างผลกำไร
    ระยะเวลาในการลงทุน 6 ปี
    โครงการสวนป่าจัดการไม้กฤษณา + เทคโนโลยีระดับโลก = ผลกำไรของคุณ !

    Harvest Returns
    Agar wood Woodlots with maturity between6 years. Touchwood Agar wood reforestation projects,
    with thesatisfaction of one of the highest rates of return available.
    Currently up to 22-30%per annum compounded over 6 years. Only TFC reforestation projects
    can give this exception return. The estimated value for each tree at harvest is 10,000 Thai Baht.

    บริษัทมีความยินดีให้บริการในการพาชมโครงการได้ทุกวัน
    ปรึกษาการลงทุนติดต่อ

    คุณดารณี เลิศเจริญสวัสดิ์
    โทร. 089-146-7446
    e-mail: Daranee.tw@gmail.com

    บริษัท ทัชวู๊ด ฟอร์เรสตรี้ จำกัด
    อาคารวานิสสา ชั้น6 เลขที่29 ซอยชิดลม
    ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. 10330

  • 8. mymoney  |  สิงหาคม 9, 2007 at 4:33 pm

    ไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ใครสนใจก็โปรดพิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนเข้าลงทุนนะครับ

  • 9. dudeedee  |  สิงหาคม 30, 2007 at 9:34 am

    ผลตอบแทนเยอะดีครับ ตั้ง 200 % ใครไม่เอาก็ฉลาดแล้วครับ อ้าว ไม่ได้โง่จริง ๆ ครับ มีที่ไหนครับ ถ้ามันกำไรขนาดนั้นจริง จะมาเรียกเราไปลงทุนทำไม มีหรือครับ ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่ กำไรขนาดนั้น จะมาเที่ยวหาตัวแบ่ง ไอ้ประเภทอยากแบ่งให้เพื่อนรวย ไม่มีหรอกครับ

  • 10. ดารณี เลิศเจริญสวัสดิ์  |  สิงหาคม 30, 2007 at 12:34 pm

    คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิต เพราะลูกค้าทุกคน แม้แต่ดิฉันก็ต้องถามกับทางบริษัท ว่าทำไม?

    เหตุผลที่บริษัท ขายหน่วยลงทุน เพราะ
    บริษัทมีทุนจำกัด ถ้าจะเติบโตโดยเร็ว โดยไม่มีการกู้ยืมเงิน ก็ต้องหาผู้ร่วมลงทุน เหมือนธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ และเพิ่มผลผลิต เป็นคำตอบที่ดิฉันได้รับก่อนที่จะร่วมงานกับบริษัท

    ความคิดเห็นส่วนตัว…
    มีเรื่องเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการตัดสินว่าสิ่งไหนดีไม่ดี

    เรื่องมีอยู่ว่า…

    มีผู้หญิงคนหนึ่ง รอขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน ระหว่างรอ
    เธอก็ซื้อนิตยสารและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและทานไปด้วย
    เธอเหลียวมองเพื่อหาที่นั่ง จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งที่ที่นั่ง
    รอผู้โดยสารที่ว่างอยู่ ข้างๆเธอมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งกางแขน
    กางขา อย่างไม่สนใจว่าจะมีใครนั่งด้วยหรือไม่

    เธอเปิดอ่านนิตยสารไปและหยิบคุ๊กกี้ข้างที่นั่ง ทานไปด้วย
    สักพัก เธอสังเกตุเห็นผู้ชายข้าง ๆ เธอหยิบคุ๊กกี้กิน
    เธอรู้สึกเคืองใจและอยากจะตะโกนด่าทอ แต่ด้วยความที่เธอ
    เป็นผู้หญิง เธอจึงสงบใจและคิดในใจว่า ลองนิ่งดูสักพักว่าเขายังจะหยิบคุ๊กกี้กินอีกหรือไม่

    ผู้ชายคนนั้นยังหยิบคุ๊กกี้กินไปโดยไม่สนใจว่าเธอจะมอง
    หรือคิดอย่างไร
    เธอจึงคิดว่า เอาเถอะแค่คุ๊กกี้เอง ถือว่าทำบุญแล้วกัน เธอก็ไม่สนใจและหยิบคุ๊กกี้กินไปด้วย
    เธอหยิบชิ้น เขาหยิบชิ้น

    จนกระทั่งคุ๊กกี้เหลือชิ้นสุดท้าย
    เธออยากรู้ว่า เขาจะทำอย่างไรกับคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้าย

    ไม่นานเขาก็หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายขึ้น
    เธอมองหน้าเขา และเขาก็มองหน้าเธอ
    เขาหยิบคุ๊กกี้ไปแบ่งครึ่ง และส่งให้เธอ
    เธอก็รับมาและไม่พูดอะไร

    ไม่นานก็มีเสียงเรียกผู้โดยสารให้ขึ้นเครื่อง
    เธอลุกจากที่นั่ง โดยไม่หันไปมอง หรือแม้แต่จะชายตาเลย
    เป็นคุณก็คงอยากทำเช่นนั้น

    เมื่อเธอขึ้นเครื่องและนั่งยังที่นั่งของเธอเรียบร้อย เธอจึงหยิบนิตยสารในกระเป๋าเพื่ออ่านต่อให้จบ

    ทันใดนั้น เธอก็เห็นถุงคุ๊กกี้ของเธออยู่ในกระเป๋า

    ที่เหลือคุณลองจินตนาการดูแล้วกันว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร

    ถ้าคุณเป็นเธอละ คุณจะรู้สึกอย่างไร

    คนส่วนใหญ่มักจะตัดสินคนเพียงเบื้องต้น
    หากคุณมีข้อสงสัย ลองศึกษาข้อมูล
    ก่อนตัดสินใจว่าอะไร จริง ไม่จริง
    ดีกว่ามั้ยคะ…

  • 11. mymoney  |  สิงหาคม 30, 2007 at 12:54 pm

    ผมยืนยันซ้ำอีกทีว่าไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ใครสนใจก็พิจารณาให้ถี่ถ้วน ซักถามกันให้พอใจก่อนเข้าลงทุนนะครับ

  • 12. nitirat  |  มกราคม 21, 2008 at 5:53 pm

    http://www.forest.go.th/silvic/WP_Publications/Paper_SVGPub_PDF/ForestDiscussSem2545/g5t1.pdf.

    ใครไม่อยากเป็นเหยื่อไม้กฤษณา ลองอ่านงานของกรมป่าไม้ดูครับ

    เกลียดคนหลอกกัน
    อิๆ

    บ.วู๊ดๆ อะไรเนี่ยถูกฟ้องร้องอยู่นี่ครับ แอ่ะๆ

  • 13. mymoney  |  มกราคม 21, 2008 at 6:24 pm

    รบกวนขอลิ้งค์ใหม่อีกครั้งครับ ลิ้งค์ที่ให้มามันคลิกไปไม่ได้ครับ

    ขอบคุณครับ

  • 14. Khun T  |  มกราคม 21, 2008 at 11:54 pm

    http://www.forest.go.th/silvic/WP_Publications/Paper_SVGPub_PDF/ForestDiscussSem2545/g5t1.pdf

    เอาจุดออกครับ ก็ใช้ได้เลย

  • 15. mymoney  |  มกราคม 22, 2008 at 8:57 am

    ขอบคุณครับ

  • 16. weerasak  |  กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 1:10 am

    เรื่องขายเงินออมโดยมีประกันสุขภาพและประกันชีวิตมันก็คือ บริษัทประกันนั้นแหละ แต่ทีโทรไปแล้วเค้าไม่บอกว่าโทรจากบรษัทประกันเพราะ พวกปิดกั้นตัวเองไม่ยอมรับฟังมันชอบวางหูเนื่องจากติดกับความรู้สึกเดิมๆเลยไม่รู้ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไรแล้ว บริษัท หรือคนขายที่มีปัญหามันแยกกันไม่ออกเพราะขาดปัญญาในการคิด ถ้าวันนี้เรารับฟัง แล้วคิดและตัดสินใจน่าจะดีกว่าไหมคับ คุณอาจจะพลาดสิ่งทีดีที่สุดไปก็ได้นะ
    ถ้าไม่เข้าใจก็ mail มาคุยแล้วกันนะๆๆ

  • 17. mymoney  |  กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 9:02 am

    ถ้าวัดจากพฤติกรรมที่คุณ weerasak ว่ามา ผมก็เป็นพวกปิดกั้นนะครับ เพราะชอบวางหูเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นเพราะติดกับความรู้สึกเดิมๆ แล้วก็รู้อยู่ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะผมสามารถหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆได้ครับ แต่ที่ไม่ทำเพราะไม่เห็นความจำเป็นครับ คนที่ไม่ฟังและไม่ซื้อประกันไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญญาในการคิดเสมอไปนะครับ เขาอาจจะมีปัญญาคิดเรียบร้อยแล้วก็ได้ว่า มันไม่จำเป็นครับ

    ขอบคุณครับ

  • 18. kirara  |  กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 4:16 pm

    ปัจจุบันธุรกิจด้านประกันภัยในเมืองไทย (สำหรับบางบริษัท ขอย้ำว่าบางบริษัทนะคะ) ได้มีนโยบายในการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นนักวางแผนและที่ปรึกษาทางการเงินที่ดีได้ สำหรับคำว่า “การออมเงิน” ที่ถูกนำมาใช้กับธุรกิจประกันนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ เพราะเป็นทับศัพท์วิชาการในหมวดเรื่องของ wealth management เนื่องจากการออมเงินมิใช่การลงทุนทางการเงิน และประกันก็มิใช่การลงทุนด้วย ทุกท่านสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเบื้องต้นในเว็บของ TSI ค่ะ http://edu.tsi-thailand.org/ และอีกอย่างทุกคน ต่างคนต่างอาชีพ ความสามารถความถนัดย่อมต่างกัน (เก่งกันคนละด้าน)ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสังเคราะห์วิธิการดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง ข้อมูลค้นคว้าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งก็ต้องปรึกษาผู้รู้จริง แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้าวันนึงคุณเจอตัวแทนประกันที่ดี และเป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้ด้วย คุณจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาเค้าอย่างมากเลยทีเดียว เพราะกว่าที่เค้าจะผ่านการมาเป็นที่ปรึกษาให้กับเราได้ มันต้องผ่านการเรียนรู้ การวัดผล และประสบการณ์ ที่ไม่ใช่เพียงรู้แต่เรื่องขายประกัน เพราะการทำประกันช่วยสร้างอรรถประโยชน์ได้หลากหลายอย่างในชีวิต ส่วนบุคคล รวมถึง ธุรกิจ ทั้งในเรื่อง Saving plan / tax saving / education plan / retirement etc.

  • 19. mymoney  |  กุมภาพันธ์ 20, 2008 at 4:29 pm

    ขอบคุณคุณ kirara มากครับ

  • 20. งงจัง  |  กรกฎาคม 25, 2008 at 11:34 pm

    แปลกนะคนไทย ต่างชาติเคาหาซื้อเองกันให้วุ่น คนไทยกลัวประกัน เกิดมาเพียบพร้อมกันแล้วเหรอ รู้ไหมว่าเค้าทำกันไว้ปิดช่องโหว่ของชีวิตตัวเองและครอบครัว ต่างชาติเกือบทุกชาติเริ่มทำงาน 22-23 เค้าทำทันที มีลูกเกิดมาทำให้ลูกทันที เกษียณเค้าถึงสบายกันเที่ยวกันให้โครมคราม คนไทยบางคนคุยกัน อายุปาเข้าไปเกือบ 30 ไม่มีประกัน เกษียณคงคิดว่ารอลูกเลี้ยงละมั้ง แปลกแต่จริงเพื่อนต่างชาติฟังแล้วทำท่าตกอกตกใจซะน่ากลัว

  • 21. ธัญญรัตน์  |  กันยายน 7, 2008 at 9:59 pm

    เนเป็นตัวแทน AIA เต็มเวลาค่ะ การันตีได้ว่าเราเป็นอีกสถาบันที่คุ้มครองเงินฝากร้อยเปอร์เซนต์ อีกทั้งใบเสร็จตัวจริงยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี นำเบี้ยประกันมาคิดเป็น% ตามฐานภาษีส่วนบุคคลค่ะ มั่นใจได้แน่นอน

  • 22. อ.น้อย  |  ตุลาคม 11, 2008 at 9:53 am

    เห็นด้วยกับคุณงงจังมากค่ะ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยกลัวการทำประกันชีวิต ทั้งที่มันต่างชาติกลับสนับสนุน

    พอดีว่ามีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศอเมริกา ข้อบังคับข้อหนึ่งที่นักเรียนต้องทำก็คือ ต้องมีประกันสุขภาพ ตอนแรกก็แปลกใจเพราะคุ้นเคยกับบ้านเราที่วิ่งหนีประกัน พอไปอยู่ก็ถึงเข้าใจมากขึ้น

    ไม่ทราบว่าเมื่อก่อนมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับธุรกิจประเภทนี้ ทำไมถึงสามารถกลายเป็นสิ่งปลูกฝังไปได้ว่าต้องปฏิเสธการทำประกันชีวิตและสุขภาพ ทั้งที่ผลประโยชน์เราเป็นผู้ได้รับ ไม่ว่าเป็นประโยชน์โดยตรงหรือโดยอ้อม

    คนที่บอกว่าเปิดใจแล้ว ต้องถามต่อว่าเปิดแล้วจริงหรือ (สำหรับคนที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็น ก็ใช่ว่าเค้าจะคิดผิด หากเค้าเป็นคนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง มีเงินรองรับที่มั่นคงหลังเกษียณ แต่พูดออกมาเพียงเพื่อให้สามารถลบคำกล่าวหา คนนั้นก็ต้องปรับปรุงแนวความคิดเสียใหม่)

  • 23. Pakbung49  |  ธันวาคม 14, 2008 at 8:20 pm

    ที่กลัวประกันเพราะไม่เหลือเงินให้หักแล้วต่างหากคะ

Leave a Comment

Required

Required, hidden

Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


 

มกราคม 2007
อา พฤ
« ธ.ค.   ก.พ. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Blog Stats

หน้า

คลังเก็บ

Category Cloud

Banking Books Corporate Credit Card etc Insurance Movies Mutual Fund Property Saving Stock Travel Uncategorized

Meta

Blogroll

เรื่องล่าสุด

Top Posts

ความเห็นล่าสุด

nonny on อันดับคนรวยของไทยปีล่าสุดจาก…
ชล on ไว้ใจคนขายประกันแล้วเป็นงี้ทุก…
ชล on ไว้ใจคนขายประกันแล้วเป็นงี้ทุก…
bouy on เทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า เปิดวัน…
นะนะ on บางจากแก๊สโซฮอล์ คลับ

Flickr Photos

sol e sombra.

Understanding Years of Sketching

Innenbild_20091127_red

PsychoMonkey

09.1205

More Photos

Visitors