Archive for กุมภาพันธ์, 2007

ในที่สุด “หมอ” ก็ลาออก

แต่ถ้าดูจากข้อความที่แถลงออกมา คงไม่ใช่การการลาออกเพื่อยอมรับผิด แต่เพื่อรักษาเนื้อรักษาตัวเอาตัวรอดมากกว่า เก่งไม่เบานะหมอคนนี้

…ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงขอลาออกจากตำแหน่งทั้งหมดมีผลตั้งแต่ 1 มี.ค.โดยได้รับการอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีแล้ว
         ”ผมไม่ต้องการทำงานในสภาวะที่มีการปิดบังอำพราง และไม่ต้องการทำงานในสภาวะที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนบางกลุ่ม” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวในการแถลงข่าว
         ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เปิดแถลงข่าวในวันนี้ โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลชุดนี้ที่เอื้อประโยชน์กับสื่อมวลชนบางราย รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการที่บุคคลในรัฐบาลชุดก่อนเข้ามาช่วยงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง เป็นข้ออ้างที่ไม่สมจริงและมีจุดประสงค์ที่ปิดบังอำพราง และการถอนตัวออกไปก็ไม่เป็นการถอนตัวอย่างแท้จริง เพราะสายสัมพันธ์ยังคงอยู่ เนื่องจากยังมีตัวเชื่อมอยู่ในรัฐบาล…

ที่มา : อินโฟเควสท์

หมายเหตุ : ถ้าสงสัยว่าผมหมายถึงหมอคนไหน กรุณาดูโพสต์เก่าที่นี่

2 comments กุมภาพันธ์ 28, 2007

ธุรกิจบัตรเครดิตปี 2549 และแนวโน้มปี 2550

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกบทวิเคราะห์สรุปตัวเลขธุรกิจบัตรเครดิต ปี 2549 ได้ข้อมูลอย่างนี้

ข้อแรก ปริมาณบัตรเครดิตปี 2549 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ภาพรวมปริมาณบัตรเครดิตทั้งระบบ ณ สิ้นปี 2549 มีจำนวน 10,900,566 บัตร มีการเติบโต 9.46% ซึ่งลดลงจากที่ขยายตัว 15.15% ในปี 2548

ข้อสอง ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตชะลอลง ภาพรวมปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในทุกกลุ่มผู้ประกอบการของปี 2549 มีปริมาณการใช้จ่ายทั้งสิ้น 636,113 ล้านบาท โดยขยายตัว 17.31% ชะลอลงจากที่มีการเติบโต 20.57% ในปี 2548

ข้อสาม ปริมาณสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ภาพรวมของสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตบ่งชี้ถึงการชะลอตัว โดย ณ สิ้นปี 2549  ยอดสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตของระบบอยู่ที่ 171,005 ล้านบาท ขยายตัวในอัตรา 19.21% ลดลงจากที่ขยายตัว 21.1% ในปี 2548

ข้อสุดท้าย ปริมาณการเบิกเงินสดล่วงหน้าบัตรเครดิตขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ภาพรวมของการเบิกเงินสดล่วงหน้า ณ สิ้นปี ปี 2549 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 184,190 ล้านบาท ขยายตัว 19.54% ซึ่งชะลอตัวลงจากที่เคยขยายตัว 27.26% ในปี 2548

ส่วนประมาณการของปีนี้ก็ยังเป็นการขยายตัวในอัตราที่ลดลงทั้ง 4 ข้อเหมือนในปีที่ผ่านมาครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่นี่ครับ

แล้วอย่างนี้จะส่งผลกระทบยังไงกับ KTC ล่ะครับ?

2 comments กุมภาพันธ์ 27, 2007

แนะนำหนังสือ : กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ

หลังจากดอกเบี้ยเงินฝากเริ่มปรับตัวลดลงแถมมองไปข้างหน้าก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหยุดอยู่ตรงไหน เพื่อนฝูงหลายคนที่รู้ว่าผมเล่นหุ้น (ขออนุญาตใช้คำนี้เพราะถนัดปากกว่า “ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์” หรือ “ลงทุนในหุ้น”) ก็เริ่มมาเลียบๆเคียงๆถามไถ่กันว่า ถ้าเขา/เธออยากจะมาเล่นหุ้นบ้างควรจะต้องทำอย่างไร ศึกษาหาความรู้จากที่ไหน

ผมก็เลยให้คำแนะนำไปว่านอกจากความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหุ้นและตลาดหุ้น ประเภทที่ว่าจะเปิดพอร์ตอย่างไร เลือกโบรกเกอร์ยังไง หุ้นมีกี่ประเภท อะไรพวกนั้นแล้ว เขา/เธอควรจะหาความรู้เกี่ยวกับวิธีการลงทุนที่ถูกต้องเอาไว้เสียตั้งแต่แรกที่คิดจะเล่นหุ้น ไม่ควรจะไปเสียเวลาอยู่ในด้านมืด ชนิดที่คอยฟังแต่นักวิเคราะห์ตามทีวีหรือสำนักต่างๆ หรือปล่อยให้ชะตาชีวิตขึ้นอยู่กับโพยที่มาร์เก็ตติ้งจะมากระซิบบอกแต่เพียงอย่างเดียว ควรจะศึกษาหลักการลงทุนที่น่าจะสร้างความสำเร็จได้ในระยะยาวเอาไว้เสียเลย ส่วนจะไปปรับใช้อย่างไรก็แล้วแต่นิสัยของแต่ละคน

สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อนเลยผมขอแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนครับ “กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ” โดยคุณเทพ รุ่งธนาภิรมย์

กลยุทธ์หุ้นห่านทงคำ

คุณเทพเคยทำงานธนาคารเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของธนาคารฮีโร่ตัวเขียว ในยุคที่หุ้นบูมใครๆก็ใส่เงินลงมาในตลาดหุ้น ด้วยความหวังว่าจะสร้างผลตอบแทนได้อย่างง่ายๆ คุณเทพก็เป็นคนหนึ่งที่เล่นหุ้นตามโพย ตามเสียงเชียร์ของมาร์เก็ตติ้ง แถมยังเอาจริงถึงขนาดกู้เงินมาเล่นด้วยซ้ำ แต่แล้วเมื่อตลาดวาย เกิดต้มยำกุ้งไครซิส ความฝันกลับมาสู่ความจริง คุณเทพบาดเจ็บจากการลงทุนเหมือนเช่นคนอื่นและทำให้ขยาดกับตลาดหุ้นไปพักหนึ่ง

แต่หลังจากที่กลับไปพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว คุณเทพก็เลือกที่จะกลับมาเล่นหุ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีการศึกษาหาข้อมูล ทำการบ้านมาพร้อมและประสบความสำเร็จในที่สุด

หนังสือเล่มนี้ก็คือเคล็ดลับที่คุณเทพเขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง

จุดเด่นที่ผมแนะนำให้คนเริ่มต้นเล่นหุ้นอ่านหนังสือเล่มนี้เสียก่อนก็คือ คุณเทพเขียนหนังสือด้วยถ้อยคำและภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย แม้แต่เรื่องของงบการเงินซึ่งเป็นเหมือนยาขมหม้อใหญ่สำหรับนักลงทุนหลายคน (รวมทั้งผมด้วย) ก็ยังเข้าใจได้โดยง่าย นอกจากนี้ เนื้อหาในหนังสือก็ถือว่าค่อนข้างครอบคลุมสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ เพราะมีตั้งแต่การปูพื้นในเรื่องง่ายๆไล่ไปจนถึงตัวอย่างของการวิเคราะห์หุ้น (หุ้นจริงแต่เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามเสียใหม่) การอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเท่ากับเป็นการให้ภาพใหญ่กับนักลงทุน ก่อนที่จะไปเจาะเพิ่มเติมในเนื้อหาส่วนที่ต้องการต่อไป

ถึงแม้ว่าเนื้อหาในเล่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนเพื่อหวังผลจากเงินปันผลเป็นหลัก แต่นักลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนที่เป็น capital gain ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน เพราะหลักการเลือกหุ้นที่คุณเทพนำมาถ่ายทอดในหนังสือเล่มนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ไม่ยาก

อ้อ จุดเด่นอีกข้อนึงที่ลืมไม่ได้คือ หนังสือเล่มนี้ราคาไม่แพง คุ้มค่าเกินราคามากๆ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ (เล่มที่ผมมีเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ราคา 120 บาทเท่านั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้พิมพ์ครั้งที่เท่าไหร่และราคาเท่าไหร่ครับ)

2 comments กุมภาพันธ์ 26, 2007

หมอนพพรครับ ช่วยผมด้วย!!!

เรียนคุณหมอนพพรที่เคารพ

ผมมีปัญหาจะขอความช่วยเหลือจากคุณหมอครับ ผมทราบดีว่าเรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ไม่ตรงกับสาขาหรือความเชี่ยวชาญของคุณหมอเท่าไหร่นัก (เมื่อดูจากคอลัมน์ “เสพสมบ่มิสม” ที่คุณหมอตอบปัญหาในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์) แต่คอลัมน์ของคุณหมอก็เป็นคอลัมน์เดียวที่ผมรู้จักและติดตามอ่านอย่างต่อเนื่องมายาวนาน ผมไม่รู้จะหันไปพึ่งใครจริงๆครับ

มันเป็นอย่างนี้ครับ ตั้งแต่ที่ผมเริ่มเล่นหุ้นผมก็ชอบมันมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะลงทุนซื้อหุ้นซักตัวผมจะไปหาข้อมูลของบริษัทนั้นๆมาดู มาศึกษา นั่งอ่านงบการเงิน ช่วงหลังๆนี่ถึงกับเข้าไปตามเว็บบอร์ดที่คุยกันเรื่องหุ้นเพื่อจะดูว่าคนอื่นเขามีคอมเม้นต์เรื่องบริษัทที่ผมกำลังศึกษาอยู่ยังไงบ้าง พอผมทำอย่างนี้ไปได้ระยะนึง มันติดครับคุณหมอ มันติดจนกลายเป็นนิสัยไปโดยอัตโนมัติ

อย่าว่าแต่ตอนจะซื้อหุ้นเลยครับ ขนาดเวลาไปเดินตามห้าง ผมไปเจอสินค้าตัวนึงที่ขายดี คนซื้อกันเยอะ ผมก็อดหยิบมาดูไม่ได้ว่ามันของบริษัทอะไร (ถึงแม้ว่าผมไม่เคยคิดจะซื้อสินค้าตัวนั้นเลย ผมเคยยืนพินิจพิจารณาผ้าอนามัยอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตตั้งนาน หยิบพลิกไปพลิกมา จนคนหันมามองถึงได้รู้สึกตัว) อยู่ในตลาดหุ้นหรือเปล่า แล้วความคิดมันก็เตลิดไปอีกครับ

คิดไปถึงสินค้า/บริการตัวอื่นของบริษัทนี้ คิดยาวไปถึงงบการเงิน ปีที่แล้วกำไรเท่าไหร่ ปีนี้กำไรเท่าไหร่ จ่ายปันผลเท่าไหร่ ราคาหุ้นช่วงหลังนี่เคลื่อนไหวเป็นยังไง ทำให้เวลาเข้าซูเปอร์ฯแต่ละครั้งผมต้องใช้เวลานานเกินเหตุ (อ้อ แค่ขับรถเข้าซูเปอร์ที่ชื่อ บิ๊กอะไรซักอย่าง ผมก็อดดูไม่ได้ว่าที่นี่คนเข้ามาเยอะไหม ผู้ค้ามาเช่าพื้นที่เยอะหรือเปล่า เผื่อว่าปีนี้กำไรจะดีขึ้น) เดินผ่านร้านหนังสือ SE-ED ก็อดชะโงกดูไม่ได้ว่า คนที่ยืนกันเต็มนั่นน่ะ เขายืนอ่านฟรีหรือว่าเขาซื้อกันด้วย

หลายๆครั้งเข้า ทำเอาผมลืมไปว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ แล้วนับวันอาการมันก็ยิ่งหนักครับคุณหมอ ผมแทบไม่อยากจะออกจากบ้านไปไหน แต่ถึงจะนั่งดูทีวีอยู่บ้านมันก็ยังตามมาอีกครับคุณหมอ เห็นโฆษณาพิซซ่า ผมก็นึกไปถึงน้อง MINT ดูเกมโชว์อัจฉริยะข้ามคืน แต่ใจก็ไพล่ไปถึง WORK กับ KTC เห็นโฆษณารถยนต์ตัวใหม่ก็สงสัยว่า เอ๊ะ AH มีเอี่ยวด้วยไหม แล้วคนที่ซื้อรถใหม่เขาใช้ไฟแนนซ์ที่ไหนกัน TCAP หรือเปล่า ตื่นเช้ามานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ก็คิดถึง MATI นั่งฟังเพลงก็สงสัยว่าระหว่าง GRAMMY กับ RS จะเลือกอะไรดี

หมอครับช่วยผมด้วย!!!

7 comments กุมภาพันธ์ 23, 2007

มาม่าจะเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์รายใหม่

ได้ยินคนคุยโทรศัพท์บนรถไฟฟ้า (เป็นตัวอย่างที่ดีว่า ถ้ามีเรื่องส่วนตัวไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ ไม่ควรคุยบนรถไฟฟ้าเด็ดขาดนะครับ) ว่า มาม่ากำลังจะเปิดตัวรสชาติใหม่ เข้าใจว่าเป็น “รสต้มแซ่บ” เรื่องนี้เกี่ยวกับบริษัทในตลาดหุ้น 2 บริษัทด้วยกัน ตัวแรกคือ TF ผู้ผลิตมาม่า ตัวที่สองคือ บริษัทต้นสังกัดของพรีเซ็นเตอร์รายนี้

ใบ้ให้ว่าเป็นคนในค่ายเฮีย ฝ่ายชายหล่อประมาณฟิล์ม ฝ่ายหญิงเซ็กซี่ไม่แพ้ Girly Berry ขนาดนั้น

แต่ก็คงไม่ถึงขนาดทำให้กำไรพุ่งพรวดอะไรมากมายนะครับ แค่สีสันเล็กๆน้อยๆ

ป.ล. ผมยังถือหุ้นบริษัทเฮียอยู่นะครับ

Add comment กุมภาพันธ์ 22, 2007

KTC ทำไมยังไม่มีบริการ internet?

ไหนๆก็พูดถึง KTC ไปแล้วต่ออีกเรื่องเลยละกัน คราวนี้ขอตั้งคำถามหน่อยว่า ทำไมถึงยังไม่มีบริการผ่านอินเทอร์เน็ต บัตรเครดิตเจ้าอื่นเขามีให้ลูกค้าเข้ามาเช็คยอด เช็ครายการผ่านทาง’เน็ตได้กันหมดแล้ว เหลือเจ้านี้แหละ ซึ่งมันผิดวิสัยมาก เพราะโพรไฟล์ลูกค้าของ KTC น่าจะเป็นกลุ่มที่ทันสมัย ใช้’เน็ตกันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว

ผมถามเองตอบเองว่าสงสัยจะเป็นเพราะมันต้องลงทุนเยอะ เอาเงินไปทำการตลาดดีกว่า ประเภทเป็นส่วนลดเวลาเติมน้ำมัน ช็อปปิ้งตามห้างอะไรแบบนี้ หรือไม่งั้นก็คงคิดแล้วว่าผลที่ได้ไม่คุ้มค่าการลงทุน (ในแง่เม็ดเงินที่ได้กลับคืนมา) แต่ผมกลับคิดว่ามันน่าจะทำให้ความพอใจของลูกค้าสูงขึ้นหรือเปล่าหว่า เพราะทุกวันนี้ผมเช็คยอดแต่ละบัตรผ่าน’เน็ตเป็นเรื่องปกติ เหลือบัตรนี้แหละที่ยังเช็คไม่ได้ซักที

Add comment กุมภาพันธ์ 21, 2007

KTC เปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ด

เจ้าอื่นเห็นเขาเปลี่ยนกันโครมๆ ของเราไม่เห็นจะได้เปลี่ยน เจ้านี้อยู่เงียบๆ ใช้ก็น้อย เปลี่ยนส่งมาให้ที่บ้านแล้ว ที่น่าประทับใจอย่างยิ่งก็คือถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนบัตรเป็นใบใหม่ หมายเลขบัตรก็เปลี่ยน แต่ในจดหมายที่ส่งมาแจ้งเอาไว้ว่า ข้อมูลต่างๆจากบัตรเก่า ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสมที่มีอยู่ กำหนดวันชำระเงิน รวมไปถึงบริการชำระเงินอัตโนมัติ (autopayment) ทั้งหลายจะถูกโอนตามมาให้ด้วย เราไม่ต้องไปทำเรื่องซ้ำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้า การประปา ทีโอทีหรือทรู ทรูมูฟ ยูบีซี ฯลฯ ไม่ต้องเลย ไม่เหมือนบัตรยี่ห้ออื่นที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ เปลี่ยนบัตรทีก็ต้องตามไปทำเรื่องกันให้วุ่นวายที อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าบริการที่ดี คิดมารอบคอบ ลูกค้าไม่ต้องวุ่นวายรำคาญใจ

เอาไปหนึ่งคะแนน (เห็นไหม ทำดีก็มีชม ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาด่าอย่างเดียวนะครับ)

1 comment กุมภาพันธ์ 19, 2007

เห็นข่าวนี้แล้วนึกถึงประสบการณ์ครั้งแรก!!

เปล่า ไม่ใช่ครั้งแรกแบบอย่างว่านะครับ เพราะนี่ blog เรื่องเงินๆทองๆไม่ใช่ blog น้องนาง ไปดูข่าวก่อน

“ที่ บง. 003/2550

15 กุมภาพันธ์ 2550

เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เรื่อง การขายหุ้นสามัญของบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

บมจ. ธนาคารกสิกรไทย (ธนาคาร) ขอเรียนมายังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการขายหุ้นสามัญของบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตามที่ ธนาคารและบริษัท บริหารสินทรัพย์เพทาย จำกัด (บริษัทย่อย) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของธนาคาร ได้มีการจำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 26,627,126 หุ้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

วันที่ทำรายการ: 15 กุมภาพันธ์ 2550

จำนวนการถือหุ้นก่อนการจำหน่าย: ธนาคาร จำนวน 26,574,339 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20.54%

บริษัทย่อย จำนวน 52,787 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.04%

รวม จำนวน 26,627,126 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20.58%

จำนวนการถือหุ้นหลังการจำหน่าย: รวม จำนวน 0 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.00%

วัตถุประสงค์ในการจำหน่าย: ธนาคารจำหน่ายหุ้นที่ได้รับจากการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทจำกัดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายธนาคารที่ต้องการลดสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของธนาคาร

ลักษณะการประกอบธุรกิจของหุ้นที่จำหน่าย: ธุรกิจด้านข้อมูลสื่อและข่าวสารในลักษณะสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออีเลคทรอนิคส์

ราคาขาย: 0.10 บาทต่อหุ้น เป็นมูลค่ารวม 2,662,712.60 บาท

ผู้ซื้อ: นางสาวดวงพร วงศ์ชูเครือ จำนวน 6,000,000 หุ้น

นางสาวนภาลัย ช่องดารากุล จำนวน 6,000,000 หุ้น

นางสาวกมลวรรณ ลิ้มทองกุล จำนวน 6,000,000 หุ้น

นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล จำนวน 6,000,000 หุ้น

นางสาวมาลินี ชินสุภัคกุล จำนวน 2,627,126 หุ้น

รายการที่เกี่ยวโยงกัน : ไม่เข้าเกณฑ์รายการที่เกี่ยวโยงกัน ตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ”

ที่นึกถึงก็เพราะ MGR เป็นหุ้นตัวแรกที่ผมซื้อครับ ตอนนั้นยังชื่อ บริษัท ผู้จัดการ จำกัด (มหาชน) ซื้อครั้งแรกปี 2535 ราคา 198 บาท (ไม่รู้ซื้อไปได้ไง) จำนวน 50 หุ้น (หุ้นกับเพื่อนคนละครึ่ง) ซื้อเสร็จฝันหวานจะขายเท่าไหร่ดีวะ 230 ดีไหม เฮ่ย 250 ไปเลย หุ้นกำลังขึ้นดีอย่างนี้ โดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลยว่ากำลังยืนสูดอากาศบนยอดดอยกันอยู่ ถ้าจำไม่ผิด ราคาที่ซื้อไปนี่เป็นราคาสูงสุดเลยครับ หลังจากนั้น MGR ไหลลงยาวตลอด และแน่นอน เมื่อเป็นการซื้อหุ้นครั้งแรก ผมใช้คติว่าถ้ายังไม่ขายก็ยังไม่ขาดทุน (ตอนนั้นคิดอย่างนี้จริงๆ) เดี๋ยวมันก็กลับขึ้นมาใหม่ ผลหรือครับ บริษัทเข้าสู่การปรับโครงสร้างหนี้ หุ้นแทบไม่มีค่า เจ้าของโดนฟ้องล้มละลาย หายหน้าหายตาไปพักนึง

ไหน อะไรนะครับ เจ้าของเป็นใครเหรอครับ? เปิดช่อง 11 ตอน 2 ทุ่มครึ่งทุกวันจันทร์ถึงศุกร์สิครับ นั่นแหละครับ

2 comments กุมภาพันธ์ 16, 2007

“สมคิด” รีเทิร์น

โปรดอย่าสงสัยว่า “สมคิด” ไหน “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” คนนั้นแหละครับ นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สดๆร้อนๆวันนี้เอง มากันชนิดไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เล่นเอาแปลกใจกันไปตามๆกัน ขนาดที่ “หม่อมหุย” อุทานเหมือนไม่เชื่อนั่นแหละครับ

“…ด้านม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าแปลกใจและย้อนถามผู้สื่อข่าวด้วยว่า “ สมคิดไหน” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ถึงออกอาการตกใจและอุทานว่า “จริงหรือ” และกล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องคำสั่งนี้และไม่แน่ใจว่าคำสั่งแต่งตั้งมีจริงหรือไม่…”

อ่านข่าวที่นี่ครับ

Add comment กุมภาพันธ์ 15, 2007

แบงก์ดอกบัวลดดอกเบี้ยเงินฝาก

ประกาศออกมาเมื่อวานนี้และมีผลเลย สงสัยกะให้เป็นเซอร์ไพรส์ในวันแห่งความรัก เอาไปเลยของขวัญจากใจด้วยการลดดอกเบี้ยเงินฝาก 12 เดือน 24 เดือน และ 36 เดือน

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ลดเหลือ 3.75-4.50% จาก 4.00-4.75% เงินฝากประจำ 24 เดือน เหลือ 4.25 จาก 4.75% และ เงินฝากประจำ 24 เดือน ลดเหลือ 4.25% จาก 4.75%

ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ขอโทษที รอไปก่อนนะครับ

update : แบงก์ท.ทหารอดทนก็ลดเหมือนกัน เงินฝากประจำ 24 เดือนกับ 36 เดือน ลดจาก 4.75% เหลือ 4.5% ครับ ท่าทางมหกรรมลดดอกเบี้ยเงินฝากจะเริ่มขึ้นอีกรอบแล้วนะครับนี่

2 comments กุมภาพันธ์ 15, 2007

Previous Posts


 

กุมภาพันธ์ 2007
อา พฤ
« ม.ค.   มี.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728  

Blog Stats

หน้า

คลังเก็บ

Category Cloud

Banking Books Corporate Credit Card etc Insurance Movies Mutual Fund Property Saving Stock Travel Uncategorized

Meta

Blogroll

เรื่องล่าสุด

Top Posts

ความเห็นล่าสุด

AJ on ซื้อคอนโดฯดีไหม?
อาเจ็ก on ซื้อคอนโดฯดีไหม?
มดดำ on ไว้ใจคนขายประกันแล้วเป็นงี้ทุก…
aloha on ไว้ใจคนขายประกันแล้วเป็นงี้ทุก…
aloha on ไว้ใจคนขายประกันแล้วเป็นงี้ทุก…

Flickr Photos

Fireflies lyrics

Firefly

Firefly spread

moleskinecoloraday5

moleskinecoloraday1

More Photos

Visitors