ไว้ใจคนขายประกันแล้วเป็นงี้ทุกที
มีนาคม 16, 2007
เมื่อคืนอ่านหนังสืออยู่แฟนผมเดินมาบอกว่ารายการเจาะใจกำลังออกอากาศเรื่องคนที่ซื้อประกันแบบออมเงินแล้วโดนเอเย่นต์โกงไป 31 ล้านบาท ได้ยินแล้วผมยังนึกในใจ เฮ้ย มีด้วยเหรอ โดนโกงขนาดนี้น่ะ ไปนั่งดูได้สักพักก็ทนดูต่อไม่ได้ ผมเห็นใจในความสูญเสียของผู้เสียหายนะครับและขอชื่นชมในความกล้าหาญที่ออกมาเล่าเรื่องนี้ให้ผู้ชมทางทีวีได้รับรู้ เผื่อจะเป็นการป้องกันไม่ให้กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก โดยเฉพาะคนที่กำลังจะไว้ใจคนอื่นในเรื่องเงินๆทองๆ
ผมคิดว่าทางต้นสังกัดหรือคนในวงการประกันน่าจะมีวิธีแก้ปัญหาให้ลูกค้ารายนี้ รวมทั้งหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตนะครับ เพราะผมเชื่อว่าทุกวันนี้การขายประกันก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ผมคิดว่าเหนื่อยครับ
อ้อ สำหรับพนักงานแบงก์ที่ขายประกัน ผมกับแฟนก็ยังไม่ซื้ออยู่ดีนะครับ ไม่ต้องโทรมาใหม่นะครับ ยังไม่เปลี่ยนใจครับ
Entry Filed under: Insurance. .
23 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed





1.
jitpan | มีนาคม 17, 2007 at 6:02 am
ผมก็ไม่ซื้อประกัน เพื่อนสนิทที่ขายอยู่ก็ไม่มาขายผมให้เสียเวลา
เสียดายไม่ได้ดูรายการตอนนี้ แต่ฟังแล้วรู้สึกยิ่งทำให้ภาพพจน์ของนักขายประกันแย่ลงไปอีก
2.
i7plus | มีนาคม 17, 2007 at 8:06 pm
เรื่องประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ
สำหรับหลายๆคน เมื่อถึงเวลาก็จะเข้าใจ
ว่ามีไว้บ้างก็ดี เหมือนการลงทุนแบบหนึ่ง
แต่ว่าจะซื้อกับใครนี่ซิ
ทุกอาชีพก็มีทั้งคนดีและเลว
ยังไงก็ต้องคอยตรวจสอบ
อย่าไว้ใจกันมากเกินไป
สงสารครอบครัวที่โดนหลอกมากๆเลย
ไม่น่าโดนคนเลวที่เอาความใว้ใจของคนๆหนึ่ง
มาทำเป็นเครื่องมือหากิน
3.
mymoney | มีนาคม 19, 2007 at 3:14 pm
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวงการประกันเท่านั้นนะครับ แบงก์นี่แหละเคยฮือฮากันมาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะบริการสำหรับลูกค้า high net worth ทั้งหลาย ไว้ใจให้พนักงานทำทรานแซคชั่นให้ สุดท้ายเงินหายไม่ทราบที่มาที่ไป เคยขึ้นหน้าหนึ่งมาหลายแบงก์แล้วครับ
4.
กิตติคุณ | กรกฎาคม 19, 2007 at 9:48 pm
ผมก็เป็นนักขายประกันนะครับ ความในใจนั้นมีความปรารถนาดีกับผู้ที่ซื้อประกันกับเราจริง ๆ อยากให้คนที่ซื้อประกันมีเงินออมในยามแก่ตัว เพราะในชีวิตคนเราเวลาแก่มาแล้วลำบาก ถ้ามีเงินสักก้อนเอาไว้ใช้ตอนแก่ ตัวเองก็ไม่ลำบาก ลูกหลานก็สบาย ประเทศชาติก็ไม่ต้องรับภาระ อยากให้คนทั่วไปรู้ถึงประโยชน์ของการซื้อประกันอย่างทั่วถึง จาก กรุงไทยแอกซ่า
5.
พร | สิงหาคม 15, 2007 at 7:34 pm
ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ขายประกัน แต่นักขายประกันไม่ได้เป็นกันหมดทุกคน บางคนหวังดีก็มี บางคนเห็นแก่ตัว เอาประโยชน์ใส่ตัวเองก็มี ในการจะทำประกันถ้าคุณไม่ไว้ใจตัวแทน คุณอาจปรึกษา คนอื่นก่อนก็ได้ เพราะ ดิฉันทราบว่า การเป็นตัวแทนที่ ดีจะต้อง มีจริยธรรมมาก ๆ ในการซื้อประกันผู้ทำ ควรจะไว้ใจกับบุคคลที่น่าเชื่อถือ
เมืองไทยประกันชีวิต
6.
แม่ลูก2 | สิงหาคม 15, 2007 at 10:19 pm
ทุกอาชีพมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไปดิฉันคิดว่าคุณน่าจะเปิดโอกาสให้นักขายดี ๆเข้าเสนอและคุณก็ตรวจสอบคุณสมบัติกับบริษัทว่าน่าเชือถือหรือไม่และฟังตัวแทนหลากหลายฟังคารมอย่าฟังคำสรรเสริญเยินยอแล้วคุณจะเจอคนจริงและดีสำหรับตัวแทนที่จะมาขายประกัน
7.
mymoney | สิงหาคม 16, 2007 at 4:45 pm
คุณพร กับคุณแม่ลูก2 ครับ ผมเข้าใจครับว่าทุกอาชีพย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกัน ซึ่งถ้าอ่านความระหว่างบรรทัดแล้วจะเห็นว่าผมเขียนถึงด้วยความรู้สึกที่แสดงความเห็นใจคนในวิชาชีพนี้นะครับ แต่ในขณะเดียวกันผมก็คิดว่า บริษัทประกันรวมทั้งคนในวิชาชีพนี้น่าจะคิดหาวิธีป้องกันเรื่องราวทำนองนี้บ้างนะครับ เพราะทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นมาก็ทำให้ภาพลักษณ์ของวงการประกันเสื่อมเสียหรือมัวหมองลงไปทุกทีนะครับ
8.
วีรชัย | กันยายน 24, 2007 at 2:10 am
ปัญหาเหล่านี้เกิดจากตัวแทนไม่มีจรรยาบรรณ ตัวแทนที่ไม่มีคุณภาพของแต่ละบริษัทไม่ใช่เฉพาะบริษัทใดบริษัทหนึ่งแน่นอน การประกันชีวิตไม่ว่าบริษัทใด ก็ดี ครับ หากอยู่แต่ว่าเราเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับเราหรือไม่ การเก็บเงินเป็นสิ่งดี แต่เราไว้ใจถูกคนหรือไม่ การทำประกันด้วยเกรงใจคนรู้จัก แต่เขาทำเป็นอาชีพเสริม ไม่รู้เขาจะทำถึงเมื่อไหร่ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหากับการประกันชีวิตอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่ใช่ตัวแทนขายประกันมืออาชีพ เขาไม่ได้ทำงานด้านนี้ด้านเดียวจึงเป็นเหตุให้ ผุ้ทำประกันชีวิตหลายๆคนเดือดร้อนจากการกระทำของพวกเขา ดังนั้นผมขอแนะนำสำหรับผู้ทำประกันชีวิตว่าควร ดูตัวแทนให้ดีๆก่อนน่ะครับก่อนตัดสินใจ เราต้องมั่นใจว่าเขาจะอยู่ในอาชีพนี้ ทำงานนี้ จริงๆหรือไม่ ผมก็เป็นตัวแทนคนหนึ่งของ เอไอเอ ซึ่งก็ผมก็ภูมิใจในอาชีพนี้ เพราะเคยได้ช่วยคนหลายๆคนซึ่งได้เป็นลูกค้าของผม ให้มีสวัสดิการ ผ่อนหนักให้เป็นเบา มาก็มากแล้ว
9.
วีรชัย ธนกิจตระการชัย | ตุลาคม 7, 2007 at 8:53 pm
ในส่วนตัวผมน่ะครับ ประกันไม่ใช่สิ่งไม่ดี แต่ที่ไม่ดีอาจเป็นที่คนครับ ประกันชีวิต ก็เหมือนร่ม คันหนึ่ง ที่ยามไม่มีฝน คุณ ก็ไม่เห็นประโยชน์ของประกัน แต่หากวันใดวันหนึ่งคุณ ถือติดมือไว้ ยามฝนตกฉุกเฉิน คุณก็อุ่นใจได้ว่า คุณจะไม่เปี๊ยก ทุกวันนี้สิ่งไม่คาดคิดเกิดได้เสมอ เราไม่รู้ว่าจะถูกหวยวันไหน แต่อย่างน้อยมีการเก็บเงิน มีการทำสวัสดิการไว้ ก็อุ่นใจแล้วครับ แนะนำ ว่า ถ้าจะทำ ให้ทำกับคนที่ไว้ใจได้ดีกว่าครับ
10.
mymoney | ตุลาคม 8, 2007 at 9:37 am
ใช่ครับ ทำกับคนที่ไว้ใจได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ควรประมาทครับ ตรวจเช็คตรวจสอบข้อมูล หลักฐานเอกสารต่างๆอย่างสม่ำเสมอครับ เรื่องแบบนี้ รู้หน้าไม่รู้ใจครับ
11.
tomus | กุมภาพันธ์ 2, 2008 at 12:54 am
เห้ยแบบนี้ตูจะขายได้มะเนี้ย
12.
puk | เมษายน 19, 2008 at 12:30 am
เพราะความอยากซื้อประกันชีวิตให้กับตัวเองค่ะ ก็ได้เจอ ตัวแทนaacp
ซื้อให้ตัวเองไปค่ะ หลังจากนั้นก็ ชวนให้ เป็นตัวแทนขายประกันโดยเอา
เป้าไปปักกิ่ง มาเสนอค่ะ คิดว่า ยังมีญาติพี่นอ้ง รวมทั้ง สามีและลูก ทำประกัน กับaacp แล้ว จะได้ คอมมิชชั่น เป็นส่วนลด ให้ สามีและลูกค่ะ
ญาติพี่น้อง ก็ ได้ดูแล ค่ะ ถ้าซื้อ pa 1450 บาท ภายในเดือน กพ. จะได้ตุ๊กตาหมี น่ารักอีกหนึ่งตัวค่ะ ดีไหมค่ะ ขายpa ไป 4 ฉบับ ซื้อเองให้ตัวเองให้แม่ ญาติๆ ก็ ซื้อ เพราะบอกว่าจะได้ ตุ๊กตาค่ะ ภายได้ สองเดือน
ทำยอดได้ ถึงเป้า ตั๋วไปปักกิ่ง สองใบ ตุ๊กตา 4 ตัวค่ะ
ตอนนี้ เดือน เมษาแล้วค่ะ ตุ๊กตา หมี ได้สองตัว บริษัท แจ้งว่า อนุมัติไม่ทัน สองฉบับ เลยไม่ได้จ่ายตุ๊กตาหมีให้สองตัว (ตัวแทนถามว่า ซีเรียสไหม ถ้าซีเรียส จะซื้อให้แทนค่ะ ตัวหนึ่งไม่กี่บาทเอง) ส่วนตั๋วเครื่องบินไปปักกิ่ง รอไปก่อน บริษัท ทำงานไม่ทัน ค่ะ ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ค่ะ ตอนนี้ไม่แน่ใจว่า เค้า จะบอกว่า ไม่ได้ไป เพราะ บริษัท ทำงานไม่ทัน หรือป่าวแล้วซิค่ะ แล้ว ตัวแทน เค้าจะบอกว่าซีเรียสหรือป่าว อีกไหมค่ะ
13.
mymoney | เมษายน 21, 2008 at 9:50 am
เหอออออ…
14.
ศศิธร Mobile 081 3354666 | มิถุนายน 11, 2008 at 5:59 pm
เกี่ยวกับประกันชีวิต… ส่วนตัวเรียนจบ ไปประกอบชีพ … เดาถูกแล้วค่ะ…ไปเป็นพนักงานบริษัทเหมือนกับคนส่วนใหญ่นั่นเอง รูปแบบใช้ชีวิต ก็เริ่มจากพนักงานขั้นต้น จนขึ้นเป็นผู้จัดการ รับเงินเดือน โบนัสเพิ่มขึ้นทุกปี รายได้ที่เพิ่มขึ้น กับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน แต่อย่างไรก็อดสงสัยตัวเองไม่ได้จริงๆ ว่า ทั้งขยัน อดทน เหนื่อยทำงานขนาดนี้ รายได้ที่มากขึ้น และไม่ใช้เงินเกินตัว แต่ทำไมไม่รวยสักที บางเดือนที่พอจะมีเก็บบ้าง แต่ไม่นานก็มีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายทุกครั้ง เป็นอย่างนี้จนในที่สุดคิดว่าต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยการลาออก หันมาใช้ประสบการณ์ และเงินเก็บเท่าที่พอมีอยู่บ้าง มาทำธุรกิจของตัวเอง แต่เหตุผลกลใดไม่ทราบ ทุกครั้งที่ทำงานได้เงินมาหน่อย ก็จะถังแตกในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน … รูปแบบใช้ชีวิตขึ้นๆลงๆ อยู่แบบนี้
เป็นอย่างนี้ จนช่วงปลายปีที่แล้ว ทำธุรกิจ ค้าขายไป ก็อดสงสัยอีกไม่ได้ว่า ที่ผลลัพธ์อย่างนี้ เพราะอะไร และที่เคยได้ยินว่า “มีคนเป็นพันๆล้าน อยากร่ำรวย แต่มีไม่กี่คนหรอกที่รวยได้ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะอะไร?” และ “บางคนที่คิด ทำและรวยกันได้ เขาทำกันอย่างไร (แบบถูกต้อง มีศีลธรรมนะคะ)” ?
และนี่เป็นจุดประกายสำคัญ ที่เกือบครึ่งปีผ่านมานี้ พาตัวเองหันมาสนใจศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าทางการเงิน การวางแผนการใช้เงิน ออมเงิน รวมถึงการลดความเสี่ยงด้วยการประกันอย่างจริงจัง ด้วยตนเองจากหนังสือ จากข้อมูลใน Website และกับผู้รู้ที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้รู้จากธุรกิจประกันที่มีชื่อเสี่ยงแห่งหนึ่ง
…การศึกษาเรียนรู้ ไม่ทำให้เสียเวลาเปล่าจริงๆ เพราะวันนี้ทำให้รู้ว่า แผนผังการเงิน เป็น”แผนผัง” ทำให้เกิดความสำเร็จของการใช้ชีวิต ที่ใช้ได้กับทุกคน โดยเฉพาะพวกเราที่อยู่ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ น้ำมันแพง และที่สำคัญทำให้เข้าใจได้ถูกต้องที่ “แผนผังการเงิน” เป็นเรื่องของทุกคน ที่ต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบที่มีรายได้ขึ้นๆ ลงๆ ได้จริงๆ
และด้วยเหตุผลนี้ วันนี้มุ่งมั่นอยากสำเร็จเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี และที่ปรึกษาวางแผนทางการเงินที่ดีต่อไปให้ได้ค่ะ ทั้งนี้ขอให้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับเงินกับพวกเราด้วยค่ะ หากหลักวิธีคิดสิ่งใด สามารถที่ใช้ได้ผลกับคุณ ก็ขอให้รับไว้พิจารณาตัดสินใจด้วยตนเอง แต่หากคิดว่าใช้ไม่ได้ผล ไม่เป็นประโยชน์กับคุณ ก็ขอให้โยนทิ้งไปได้เลย (และเป็นเพื่อนกันต่อไปนะคะ) / ขอบคุณค่ะ
15.
mymoney | มิถุนายน 12, 2008 at 8:35 am
ยินดีครับ และขอเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจครับ
(o_o)V
16.
สังเวียน คำรุณ | สิงหาคม 3, 2008 at 6:39 pm
สำหรับผมเริ่มงานกับบริษัทฯ ๗ มีนาคม ๒๕๒๖ ในตำแหน่งพนักงานทดลอง เป็นมนุษย์เงินเดือนจนกระทั่ง ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒ ในตำแหน่งสมุห์บัญชีสาขา ตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผล ต้องการมีเวลาดูแลครอบครัว โดยเฉพาะบุตรสาวที่พบว่ามีเนื้องอกในสมอง ประกอบกับเห็นว่าฝ่ายขายมีรายได้มากกว่า มีความเป็นอิสระมากกว่า และที่สำคัญต้องการเสริมทัพทางด้านการตลาดให้กับบริษัทฯ ในขณะนั้นเพราะคิดว่าตำแหน่งสมุห์บัญชีนั้นยังมีพนักงานอีกจำนวนมากที่มีความพร้อมที่จะเป็น
ความคิดเห็นเรื่องการประกันชีวิต เห็นว่าเป็นการออมอย่างหนึ่ง ฝึกให้คนมีวินัยในการออม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประกอบอาชีพ เพราะมนุษย์มีความสามารถ มีโอกาสแตกต่างกัน และไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
สำหรับผู้ที่คิดอยากทำประกันชีวิต อยากขายประกันชีวิต นั้นปัจจุบันสามารถตรวจสอบและหาข้อมูลได้จาก Internet นี้ได้อย่างกว้างขวาง ตัวแทนประกันชีวิต แทบไม่มีความจำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลด้วยซ้ำไป
17.
Ya | มิถุนายน 4, 2009 at 10:01 am
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเอาเงินของคุณไปซื้อประกันชีวิต อยากให้คุณมั่นใจก่อนว่าบริษัทที่คุณจะทำประกันด้วยจะรอดไหม เขามีความมั่นคงทางการเงินแค่ไหน แล้วที่สำคัญต้องมีหลักฐานแสดงให้เห็นโดยที่คุณตรวจสอบได้จริง และตัวแทนที่ขายประกันคุณก็ต้องสามารถตรวจสอบได้ว่าเขาเป็นตัวแทนจริงหรือไม่ แล้วของบริษัทอะไร มีหลักฐานอะไร จะให้แน่ใจจริงๆ ดิฉันคิดว่าก่อนที่คุณจะไว้ใจใครแล้วทำประกันกับคนนั้น ถ้าคุณกลัวแบบที่เป็นข่าว คุณเข้าไปที่ทำงานของตัวแทนแล้วไปกรอกรายละเอียดคำขอเอาประกันที่นั่นเลย แล้วก็ไปส่งเอกสารพร้อมตัวแทน จบ ถ้าไม่มีเวลาก็ต้องสละเวลาแล้วล่ะ เพราะคุณกลัวแบบที่เป็นข่าว
18.
anta | มิถุนายน 27, 2009 at 12:59 am
จากที่อ่านมาก็มีความเห็นต่างกันไป จริงแล้วกันตัดสินใจทำประกันชีวิต มันควรจะมาจากความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนเท่านั้น เนื่องจากเหตุการณ์ที่ รับประกัน มันยังไม่เกิดขึ้นทันที เช่นไม่ป่วยวันนี้ ไม่แก่วันนี้ ไม่ตายตอนนี้ ไม่มีโรคร้ายต่างๆ วันนี้ ทั้งหมดคือความเสี่ยง การที่จะเก็บความเสี่ยงไว้กับตัวเอง ก็ไม่ผิดอะไร หากถ้าว่าความเสี่ยงนั้นมันมากกว่าที่คุณจะรับไหว ก็ควรจะมองหาแผนสำรองไว้ก็เท่านั้นเอง การนำเสนอที่บิดเบือนเงื่อนไขการรับประกันนั่น ต่างหากที่น่าคิด หรือการที่เราเข้าใจไปเองว่ามันต้องได้ทุกอย่าง หรือจากปากตัวแทนนั่นแหละ ไม่มีจริงหลอก ” ทุกธุรกิจไม่มีบริษัทไหน ร่างนโยบายว่าจะขาดทุนหรอกนะ หรือคุณว่าไม่จริง ” / ตนขายประกัน
19.
่Juk Jik | กันยายน 8, 2009 at 1:26 pm
คนเราอยากจะทำอะไรซักอย่างควรจะไปเรียนรู้ให้มันละเอียดก่อนค่ะ ไม่ใช่รอถามคนโน้นคนนี้ ไม่ว่าอยู่ในอาชีพไหนแหล่ะ ถ้าคุณเรียนรู้ให้มันเยอะที่สุดคุณก็เกิดความชำนาญ ไม่ต้องมานั่งเสียความรู้สึกภายหลัง คนที่ฉลาดมักจะเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงด้วยตัวเอง แต่คนที่ฉลาดกว่าจะเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จแล้วเท่านั้น
20.
aloha | กันยายน 24, 2009 at 5:42 pm
อยากจะบอกว่ามันเป็นสินค้าประหลาดอย่างหนึ่งคือ คนซื้อไม่อยากใช้ คนใช้ไม่อยากซื้อ เคยสังเกตุปะ แต่สัจจะธรรมของชีวิตคือเกิดแก่เจ็บตาย แต่คนร้อยละ 90 ได้มั่งไม่เคยคิดถึงช่วงนี้ พอถึงเวลาปั๊บ ก็ค่อยคิดถึงว่าอยากได้ แต่เอาเข้าจริงๆมันทำไม่ไ้ด้ละ เพราะเหตุเกิดละเขาไม่รับทำ เพื่อนผมหลายคนเป็นแบบนี้ ท้ายสุดมีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ รักษาตัวเอง แล้วก็ลงสามสิบบาทในสุดท้ายเพราะหมดตัว แต่ก็ยังดี ที่มีสามสิบบาท(ตายเกือบทุกโรค)ถ้าคุณมีเงินก็อย่าไปแย่งคนจนเลยงบด้านนี้ของรัฐยิ่งไม่ค่อยพออยู่เป็นปัญหาอยู่ทุกวัน อีกอย่างคุณคงไม่อยากนอนห้องคนไข้อนาถาหรอก อีกอย่างถ้าตายขึ้นมา คนไม่ค่อยคิดหรอกครับว่าค่าใช้จ่ายเท่าไร ที่หลังเราตายขึ้นมาที่กล้าพูดเพราะตอนเป็นพระเห็นคนบ่นมากมายเรื่องนี้ ไหนจะค่าโรงศพ ค่าเช่าศาลา ค่าทำบุญให้คนตาย ค่าฮวงซุ้ยหรือค่าน้ำมันเผาศพ จะบอกว่าใส่ซองวัดเท่าไรก็ได้แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่นะครับวัดก็ต้องมีค่าใช้จ่าย เขาไม่เอากำไรหรอก แต่ ค่าน้ำ ไฟ น้ำมัน มันต้องจ่ายในความเป็นจริง เอาเป็นว่าผมจะบอกว่ามันมีดีในตัวมันเองไม่งั้นคงไม่มีขายมาก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เท่าที่ทราบบริษัทประกันเจ๊งแค่ครั้งเดียวคือตอนสงครามโลกครั้งทีสอง เพราะว่า คนตายทั่วโลกเป็นล้านๆคน เลยจ่ายไม่ได้ ก็ภาวนาแล้วกันถ้าซื้ออย่าให้คนตายพร้อมกันเป็นล้านๆคนแบบสงครามหรือสิ้นโลก(แล้วจะอธิบายให้ฟังว่าเพราะอะไรถึงจ่ายไม่ได้) อีกอย่างนะ เท่าที่รู้มาตอนวิกฤตเศราฐกิจต้มยำกุ้ง ธนาคารล้มเป็นเบือ แต่บริษัทประกันชีวิตไม่ล้มสักที่เพราะอะไร รัฐบาลอะ เอาเงินไปแล้วประมาณ 70% จากค่าเบี้ยที่จ่ายทุกปีหละเพราะกฎหมายบังคับ (รัฐเลยรวย แล้วก็สนับสนุนให้คนทำ) ทีเนี่ย หลายคนสงสัยเหลืออีกสามสิบมันเอามาจ่ายคนเจ็บคนตายได้ไง คำตอบง่ายมาก เขาก็ส่วนที่เหลือ ไปประกันต่อกับคนทั่วโลกไง แทนที่จะรับคนเีดี่ยวทำไม เรามาลงขันกันทั่วโลกดีกว่า เพราะยังไงคิดเป็นเปอร์เซนต์แล้วคงไม่ตายพร้อมกัน ก็ประมาณแชร์ครับ เพียงแต่วงมันใหญ่มากๆ ๆๆๆๆ เพราะเล่นกันทุกที่ทั่วโลก คนได้เท้าคือคนเจ็บ คนตาย คนครบสัญญา คงไม่มีใครอยากได้เท้าแชร์เว้นแ่ต่ครบสัญญา แล้วก็มีคนถามอีกแล้วไอ้พวกสะสมทรัพย์มันเอาตังที่ไหนมาให้ถ้ามันเหลือแค่นี้ ตอบเลย ก็เอาไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หุ้น น้ำมัน ทองคำ แบบกองทุนต่าง ๆ ดังนั้นการซื้อประกันก็น้องๆ กองทุนรวม แต่ได้ประกันแถมมา ไง ทีเนี่ยเขาจะไม่จ่ายก็แต่สงคราม โรคระบาดร้ายแรง ดังนั้นควรทำไว้เหอะเชื่อผม ไม่งั้นรัฐบาล ตลาดหลักทรัพย์ ไม่ส่งเสริมหรอก ทั้งในแง่ภาษี แง่การโฆษณา อีกเรื่องต้องแยกให้ออกนะประกันวินาศภัยกะีชีวิตนี่คนละพวกเลย กฎหมายคนละตัวที่เจ๊งจะเป็นวินาศทั้งหมด แต่ประกันชีวิตเจ๊งไม่ได้เพราะเป็นสถาบันการเงินที่มีเิงินมากมายถ้าเจ๊งมาเศรษฐกิจประเทศเจ๊งด้วย เพราะมันไม่ได้มีแค่ล้านสองล้านบาท แต่บางที่มีเป็นแสนล้าน ย้ำว่าแสนล้าน ถ้าเล็กๆหน่อยก็หมื่นล้าน )เอาเป็นว่าเหรียญอะมีสามด้าน ย้ำว่าสามด้าน ไม่ใช่สอง มีหัว ก้อย และขวาง ต้องเปิดใจดูให้มันแยะๆหน่อยละกัน ขอโทษถ้ามันฮาร์ดคอไปนิด
21.
aloha | กันยายน 24, 2009 at 5:45 pm
อีกนิด โดยมากปัญหาเกิดจากคนขายครับ พูดไม่รู้เรื่อง ไม่โปร ไม่เก่งจริงถามไรตอบไม่ได้ แล้วก็ขายแบบฮารด์เซล แบบทอดกฐิน คนเลยเกลียด สรุปคนเกลียดระบบการขายไม่ได้เกลียดประกันเชื่อมะ
22.
มดดำ | ตุลาคม 16, 2009 at 3:05 pm
ลองหางานใหม่ เจอคนใหม่ๆ ที่ทำงานใหม่ๆ ผู้ร่วมงานใหม่ๆ บรรยากาศในการทำงานใหม่ๆ ช่วยได้นะครับ
http://www.hotfreejob.co.cc อีกทางเลือกครับ
23.
ชล | พฤศจิกายน 24, 2009 at 4:04 pm
สวัสดีครับ…ท่านที่เคารพ
ผมมีโครงการฝากเงินเป็นการลงทุนผ่านบริษัทไทยประกันชีวิต เพื่อการรองรับความต้องการในวันนี้ และ อนาคต เช่น ภาระการผ่อนรถ ผ่อนบ้าน การศึกษาบุตร เป็นต้น
เพราะกว่าจะบรรลุเป้าหมาย จะต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของ “ เวลา” ทุกทุกคนเกิดมาพร้อมภาระ และ กำลังเดินทางไปสู่วันข้างหน้า
ระหว่างทางต้องเผชิญกับ การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ล้มตาย เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านั้นมักเต็มไปด้วยค่าใช้จ่าย
ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นคนที่มีความรักและความรับผิดชอบ มองการณ์ไม่ประมาท จึงต้องอาศัย“กรมธรรม์”
มีแบบประกันที่เหมาะกับท่าน เบี้ยไม่แพงแบ่ง จ่ายเป็นรายปี รายเดือนได้ (ท่านเป็นผู้กำหนดการจ่ายเบี้ย)เช่น
ด้านศึกษาของบุตร ด้านการรักษาอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ(พิการมีเงินสำรอง)
มีเงินใช้ยามเจ็บป่วย เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ มีเงินใช้หลังวัยเกษียณอายุ (ตอนแก่)
และ ท่านที่กำลังหางาน หรือ หารายได้พิเศษ เพื่อครอบครัวทั้ง Full Time และ Part Time
(อย่างน้อยก็เพิ่มรายได้ในด้าน ผ่อนบ้าน – ผ่อนรถ )รายได้อาจมากกว่าที่ท่านได้ ( ขั้นต่ำ 20,000-40,000 บาท )
เปิดโอกาสให้กับตัวเอง ( กล้าคิด ชีวิตก็เปลี่ยน ) เราจะมีทีมงานค่อยสอนงานให้ตลอดจนเก่ง
ท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เราพร้อมให้คำปรึกษาได้หากสนใจค่อยสมัครทีหลัง
ติดต่อ ชลสุวรรณ์ ( ผู้บริหารศูนย์ และให้คำปรึกษาด้านการเงิน ของบริษัทไทยประกันชีวิต )
โทร 086-6075182 หรือ chol.ka@hotmail.com ระยอง ชลบุรี
กรุณาแนะนำ -ส่งต่อให้กับคนที่ท่านรู้จักเพื่ออนาคตที่ดี และ การเงินที่มั่นคง
ขออภัยหากE-Mail นี้รบกวนท่าน