Archive for พฤษภาคม, 2007
ได้ visa แล้วครับ
ไปรษณีย์เอามาส่ง เห็นลายมือ เอ๊ะ..คุ้นๆ ก็มันลายมือตัวเองนี่นา ตอนแกะซองออกมาใจเต้นตุบ..ตุบ ยังกะซองเงินปันผล เย้…ได้แล้วเว้ย แต่เอ๊ะ พิมพ์ผิดหรือเปล่า ออกให้วันที่ 29 May แต่ทำไมหมดอายุ 24 May ฟะ
พอดูให้ละเอียด อ๋อ…หมดอายุปี 2017 แน่ะครับ ฮิ้วววววว….
ปล.ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ก่อนหน้านี้ทั้งที่เป็นคำแนะนำและคำอวยพรครับ
6 comments พฤษภาคม 30, 2007
ข่าวดีสำหรับคนผ่อนบ้าน
คณะรัฐมนตรีมีมติให้เพิ่มการลดหย่อนภาษีในส่วนของดอกเบี้ยจากการผ่อนบ้าน จากเดิม 50,000 บาทขึ้นเป็น 100,000 บาท เท่ากับว่าผู้ผ่อนบ้านสามารถหักลดภาษีได้มากขึ้น เป็นการแบ่งเบาภาระได้อีกทางหนึ่ง ส่วนจะกระตุ้นให้คนอยากซื้อบ้านเร็วขึ้นมากขึ้น (ตามที่ตั้งใจ) หรือเปล่า อันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะถ้าผมจะซื้อบ้าน ผมคงไม่มานั่งดูว่ากรมถอนขนห่านจะลดหย่อนภาษีให้ผมเท่าไหร่ แต่คงดูว่าผมจะผ่อนได้ตลอดรอดฝั่งไหมมากกว่าครับ
ปล.ผมเข้าใจนะครับว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี่มันเกี่ยวข้องกับคนเยอะ มีบทบาทกับเศรษฐกิจของประเทศสูงมากและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง แต่ผมสงสัยว่า ทำไมเวลาจะกระตุ้นเศรษฐกิจทีไร ต้องช่วยธุรกิจนี้ก่อนใครเพื่อน ธุรกิจอื่นก็เสียภาษีเหมือนกันนี่ครับ ทำไมเขาถึงมาทีหลังล่ะครับ แล้วภาคการเกษตรล่ะครับ ไม่เห็นมีมาตรการอะไรช่วยกระตุ้นให้เขาบ้างเลยครับ (คิดเสียว่าอากาศร้อนก็เลยบ่นไปตามเรื่องตามราวนะครับ อย่าจริงจังอะไรมาก)
Add comment พฤษภาคม 30, 2007
ได้ไกด์บุ๊คสำหรับลุย NYC แล้วครับ
จะรอให้ชัวร์ๆว่าวีซ่าผ่านก่อนก็กลัวว่าจะไม่มีเวลาไปเดินเลือกซื้อ เมื่อวานผมเลยแว่บงานไปเดินที่ Kinokuniya เพื่อหาไกด์บุ๊คดีๆ (และถูก) สักเล่ม หลังจากที่ตระเวนเดินดูตามร้านหนังสือมือสองย่านถนนข้าวสาร ทั้งที่เป็นร้านประจำและร้านจรดูจนหมดแล้วก็จนใจ เข้าไปถึงก็ดิ่งไปเลย หยิบมากองเบ้อเร่อเพื่อเลือกดูเล่มที่ตรงใจผมมากที่สุด ค่อยๆเลือกค่อยๆตัดออก จนเหลืออยู่ 2 เล่ม เป็นของ “ดาวเคราะห์เดียวดาย” อันโด่งดังกับของ DK Eyewitness Travel ซึ่งผมสะดุดตากับข้อความบนปกที่ว่า “the guides that show you what others only tell you”

สุดท้ายผมก็เลือกเล่มหลังนี่แหละครับ ถึงแม้ว่าราคาจะแพงกว่าเล่มแรกอยู่สักหน่อย แต่ด้วยคุณสมบัติที่โปรยเอาไว้นั่นแหละที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อมา ไกด์บุ๊คเล่มนี้มีภาพให้ดูด้วยว่าสถานที่ที่จะไปเที่ยว (ชม) นั่นน่ะหน้าตาเป็นยังไง ไม่ได้แค่เขียนบอกว่าอยู่ตรงไหน เปิดวันไหน เท่านั้น ซึ่งอันนี้สำคัญมากสำหรับผมครับ ผมกลัวว่าถ้าผมเดินเด๋อๆด๋าๆอยู่ที่ NY แล้ว อุตส่าห์เดินไปจนถึง (สมมุติว่าเป็น MoMA ก็แล้วกัน) MoMA แต่ยังดันไม่รู้ว่ามันตึกไหน ไปเสียเวลาหมุนๆวนๆหาอยู่อีกมันจะเสียเวลาไปเปล่าๆ (เพราะถ้าถามเขาก็กลัวจะไม่รู้เรื่องเอาเสียอีก) ก็เลยเอาไกด์บุ๊คแบบที่มีรูปให้ดูด้วย ให้มันชัวร์ไปเลยว่าหน้าตาแบบนี้ มียอดแหลมๆป้านๆแบบนี้ หน้าต่างแบบนี้ มีเสาโรมันแท่งๆอย่างนี้ เออ… ถ้าแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อยว่าคงไม่พลาดแน่
จะว่าเชยก็ยอมล่ะครับ ไม่ใช่กรุงเทพฯนี่นา (ขนาดกรุงเทพฯก็เหอะ ไปถิ่นที่ไม่ค่อยคุ้นเคยผมยังเด๋อเลยครับ)
4 comments พฤษภาคม 29, 2007
ถ้ามีใครมาบอกว่าให้รีบซื้อบ้านเพราะดอกเบี้ยถูก…
…อย่ารีบเชื่อนะครับ เขายังบอกไม่หมด
ช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ นายธนาคาร อาจารย์มหาวิทยาลัย guru กูรู้ หรือใครต่อใครก็รู้โผล่มาให้คำแนะนำกันเป็นแถว ถ้าคุณรีบร้อนเชื่อตามที่ “เขาว่า” ไปซื้อบ้านซะตอนนี้ คุณอาจจะเสียใจไปอีกหลายปี
ที่ผมเตือนไว้อย่างนี้ก็เพราะผมคิดว่าปัจจัยสำคัญของการซื้อบ้านควรจะพิจารณาจากความมั่นคงของฐานะการงานและการเงินเป็นอันดับแรก เพราะคุณจะต้องผ่อนบ้านไปอย่างน้อยอีกหลายปี (แต่ถ้าคุณมีฐานะดีพอที่จะซื้อบ้านด้วยเงินสด อันนี้ตามสบายครับ หยุดอ่านตรงนี้ได้เลย) ส่วนปัจจัยทั้งหลายที่คุณๆ “เขาว่า” มานั่นเอาไว้เป็นปัจจัยเสริม ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยกำลังอยู่ในช่วงขาลง ราคาน้ำมันเริ่มคงที่ ราคาวัสดุก่อสร้างไม่สูงขึ้นแล้ว บริษัทอสังหาฯออกโปรโมชั่น ดาวน์ชั่วลูกผ่อนชั่วหลาน อะไรก็แล้วแต่
ยกตัวอย่างของตัวผมเองก็แล้วกัน ผมซื้อบ้านหลังที่อยู่ทุกวันนี้ (จริงๆเป็นทาวน์เฮ้าส์ชานเมือง แต่เรียกให้ดูดี ยกฐานะต้องบอกว่า บ้านในเขตปริมณฑล) เมื่อปี 2537 ตอนนั้นเศรษฐกิจดีมากๆ นอกจากงานประจำที่ทำอยู่ยังมีงานนอกมาสร้างรายได้เพิ่ม ก็เลยตัดสินใจ เอาวะ เลิกเช่าหออยู่สักที ผ่อนดาวน์อยู่ 2 ปี (จริงๆแค่ปีกว่า แต่บริษัทสร้างช้า) แล้วก็กู้แบงก์ตอนปี 2539
รายได้ตอนนั้นกับราคาทาวน์เฮ้าส์ที่เท่ากระแบะมืออย่างนี้ ผมกู้คนเดียวผ่านสบาย พอผ่อนไปได้ไม่นาน เศรษฐกิจก็เริ่มส่ออาการจนมาแตกโพละเอาในปี 2540 (เท่ากับว่าผมซื้อที่ peak พอดีนะครับ) บริษัทที่ผมทำงานอยู่ฐานะง่อนแง่น เลย์ออฟกันเพียบ คนที่อยู่โดนตัดเงินเดือน 30% แถมยังจ่ายกระปริบกระปรอย ทีละ 30% บ้าง 50% บ้าง โชคยังดีที่ผมทำเรื่องผ่อนบ้านผ่านออฟฟิศ ซึ่งผู้บริหารยังเมตตา ถึงเงินเดือนไม่ออกแต่เงินผ่อนบ้านยังจ่ายให้ครบ ทำให้ผมไม่เป็น NPL ไปกับคนอื่นเขา
กัดฟันอยู่อย่างนั้นนานเป็นปีนะครับกว่าจะพ้นออกมาได้
ที่เล่ามานี่ ไม่ได้บอกว่าตัวเองเก่ง แต่อยากให้เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆสำหรับคนที่เคลิ้มไปกับข้อมูลต่างๆที่หลั่งไหลมากรอกหูอยู่ทุกเช้าเย็นนะครับ ถ้าจะซื้อบ้าน ประการแรกคุณต้องมั่นใจก่อนว่า งานและเงินของคุณมั่นคงดี ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไรขึ้น เงินงวดของคุณจะไม่มีปัญหา ไม่อย่างนั้น บ้านอาจจะกลายเป็น “บาน” ได้ง่ายๆนะครับ
(ปล.ผมร่างโพสต์นี้เอาไว้ระยะหนึ่งแล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้มีเหตุไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งงานก่อนไป NYC หรือการเตรียมตัวขอวีซ่าจากสถานทูต ทำให้ต้องรอไว้ก่อน พอเคลียร์ได้แล้วก็เลยกลับมาสู่ชีวิตปกตินี่แหละครับ)
4 comments พฤษภาคม 28, 2007
ไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตมาแล้ว
ไปมาแล้วครับ ขนเอกสารเตรียมไปเต็มอัตราศึก จะเอาอะไรขอให้บอก สเตทเม้นต์ก็มี โฉนดที่ดิน (แปลงเท่ากระแบะมือ) ก็เอามา มาเลยจะเอาอะไรว่ามาเลย เท่านั้นยังไม่พอ ผมเตรียมสปีคอิงลิชเต็มที่ เผื่อเอาไว้ล่วงหน้าเป็นสิบคำถาม ถามมายังไงเตรียมไว้หมด ฝึกจนคล่อง เอาจนเนียน
ตอนยื่นเอกสารเสร็จ เจ้าหน้าที่ถามว่าจะสัมภาษณ์เป็นไทยหรืออังกฤษ ปั๊ดโธ่..มีให้เลือกด้วยเหรอ แล้วก็ไม่บอกก่อน แล้วถามยังงี้เห็นผมเป็นยังไง ภาษาไทยสิครับ มีสำเนียงไทยคำเมืองให้เลือกด้วยไหม ถ้ามีนี่อู้กันม่วนเลยนะ
ผมนั่งรอเรียกสัมภาษณ์ตั้งนาน พอถึงคิว ถามได้ 2 ประโยคเปลี่ยนมาถามเป็นภาษาอังกฤษอีก 2 ประโยค เอกสารอะไรก็ไม่เอาเพิ่ม สเตทเม้นต์ไม่ต้อง โฉนดเหรอ ไม่เอา ชิลๆจริงๆ (ที่จริงเป็นเพราะหนังสือรับรองจากทางอเมริกากับของออฟฟิศที่ออกมาให้น่ะครับ ถ้าดูเฉพาะหน้าผมล่ะก้อ เขาคงไม่ผ่านให้ บอกกลับมาว่า คนงานที่นั่นมีเยอะแล้ว)
ทีนี้ก็นั่งลุ้นรออยู่บ้านล่ะครับ
3 comments พฤษภาคม 25, 2007
จดหมายที่ทำให้หัวใจเต้นตุบ..ตุบ..
เมื่อวานบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมาย (เอกสาร) มาส่ง 2 ฉบับ แค่เห็นข้างนอกโดยที่ยังไม่ต้องแกะดูข้างในหัวใจผมก็เต้นตุบ…ตุบ…
เปล่าครับ ไม่ใช่จดหมายรัก ที่จะทำให้หัวใจพองโต ไม่ใช่ข่าวร้ายประเภท “พ่อไม่สบายกลับบ้านด่วน” แต่เป็นเอกสารรายละเอียดการจ่ายเงินปันผลของหุ้นที่ผมถืออยู่น่ะครับ
ถึงแม้ว่าเงินปันผลจะโอนเข้าบัญชีแบงก์มาแล้วผ่านทางบริการ “อี-ปันผล ” (ไม่ได้หยาบคาย แต่ผมแปลมานะครับ) แต่เวลาได้จับเอกสารเห็นตัวเลขที่แจกแจงมาแบบนี้ทีไรก็รู้สึกดีทุกทีไป
ที่น่าดีใจก็คือปีนี้ยอดเงินปันผลของผมสูงขึ้นกว่าหลายปีที่ผ่านมา (จริงๆสูงที่สุดตั้งแต่เล่นหุ้นมาเลย) คิดว่ามาจากสาเหตุหลัก 2 ประการ ข้อแรก พอร์ตการลงทุนของผมโตขึ้น หลังจากที่ค่อยๆทยอยปิดข้อบกพร่องไปทีละข้อ ทำให้ผลตอบแทนที่ได้เริ่มสูงขึ้น ข้อสอง จากการเลือกอย่างระมัดระวัง หุ้นที่ผมถืออยู่มีผลการดำเนินงานที่ดี จ่ายเงินปันผลในสัดส่วนที่น่าพอใจ อาจจะไม่มากจนถึงกับเป็นหุ้นปันผล แต่ก็โอเค
อ้อ ประโยชน์อีกประการหนึ่งของการได้เงินปันผลจากหุ้นก็คือ เราสามารถเอาไปขอคืนเครดิตภาษีตอนจ่ายภาษีปีหน้าได้ด้วยนะครับ
5 comments พฤษภาคม 24, 2007
GOLDPF เข้าเทรดแล้วนะครับ
ต่อเนื่องจากโพสต์นี้ ใครที่พลาดตอนจองหรือว่าจองซื้อได้ไม่หนำใจก็ไปซื้อในตลาดหุ้นได้แล้วครับ เพียงแต่ว่าต้องมีบัญชีกับโบรกเกอร์ก่อนนะครับ ถ้าใครเล่นหุ้นอยู่แล้วก็ซื้อได้เลย แต่ถ้ายังไม่เคยก็ต้องไปเปิดบัญชีกันก่อน ถ้าสนใจแต่ยังไม่รู้จะเลือกเจ้าไหนดี ลองโทรไปคุยกับเขาก่อนก็ได้ครับ ดูรายชื่อพร้อมเบอร์โทรและเว็บไซต์โบรกเกอร์ได้ที่นี่ครับ
อ้อ เตือนไว้นิดนึง (แต่ส่วนใหญ่ก็คงจะรู้กันแล้ว) ถึงจะซื้อขายได้เหมือนหุ้น แต่คอนเซ็ปต์ของกองทุนอสังหาริมทรัพย์เขาเอาไว้ลงทุนกันยาวๆเพื่อรับเงินปันผลเป็นหลัก ไม่ใช่ซื้อเพื่อหวังกำไรจากราคาที่จะปรับขึ้นหรือลงนะครับ
1 comment พฤษภาคม 22, 2007
mymoney ทะลุ 10,000 hits แล้ว เย้…
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่คลิกเข้ามาอ่านบล็อกเล็กๆแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ตั้งใจคลิกมาอ่าน หรือเผลอไผลผ่านมา หรือแม้แต่คลิกมาเจอผ่านทาง search engine ก็ตาม และที่จะขาดเสียไม่ได้ ผู้ร่วมคอมเม้นต์และให้คำแนะนำทุกคนครับ
ตอนที่เริ่มเขียนผมก็ไม่ได้นึกหรอกนะครับว่าจะลากยาวมาได้จนครบปี แล้วการที่จะมีคนอ่านถึง 10,000 คลิกนี่ยิ่งไม่กล้าคิดไปใหญ่
ทีแรกผมกะว่าจะฉลองตอนที่บล็อกอายุครบ 1 ปี แต่ดันลืมเสียนี่ (อายุมากแล้วก็อย่างนี้แหละครับ) ก็ถือโอกาสนี้ฉลองพร้อมกันทั้งอายุ 1 ปีนิดๆและครบ 10,000 hits ไปทีเดียวเลยนะครับ ขออนุญาตเอาโพสต์เก่าบางโพสต์มาย้อนรำลึกอดีตก็แล้วกัน
โพสต์แรกของ mymoney – ย้ายเงินฝากจากกรุงไทยมาเข้ากรุงเทพ วันโพสต์ 9 เมษายน 2549 แต่วันที่ในโพสต์เขียนเอาไว้ว่า 3 เมษายน เพราะโพสต์นี้เดิมเขียนเอาไว้ในบล็อกอื่นน่ะครับ
โพสต์ที่ฮิตที่สุด – เจ็บคอไปหาหมอ หมอบอกเป็นมะเร็งที่อัณฑะ วันที่ 20 ธันวาคม 2549 หลังจากเกิดเหตุการณ์กันสำรองเงินตราต่างประเทศ 30%
โพสต์ที่ผมชอบที่สุด (มี 2 อัน รักพี่เสียดายน้อง เลยเอามาทั้งคู่ละกัน) – อันแรก หมอนพพรครับ ช่วยผมด้วย!!! อันนี้ตั้งใจเขียนอย่างมาก พยายามจะให้ขำ แต่ไม่รู้ว่าขำกันไหมน่ะครับ อีกอันก็อันนี้ เอาอีกแล้ว แบงก์มามุขนี้อีกแล้ว ที่ชอบเพราะเขียนแล้วได้อารมณ์สมจริงอย่างยิ่ง เข้าใจว่าคงเป็นเพราะเขียนตอนเหตุการณ์สดๆร้อนๆ อารมณ์ยังคุกรุ่นอยู่ครับ
โพสต์ที่ผมประทับใจที่สุด จะเป็นอันไหนไปไม่ได้ นอกจากอันนี้ ขอความช่วยเหลือจากผู้เคยไป NYC ตอนที่ผมตัดสินใจเขียนขึ้นบล็อก บอกตามตรงว่า ไม่นึกว่าจะได้รับคำแนะนำและช่วยเหลือขนาดนี้ ที่จริงผมเขียนไปแล้วก็ลบไปครั้งหนึ่ง เพราะคิดว่าอัพขึ้นบล็อกไปก็คงไม่มีประโยชน์ แต่ผมก็คิดผิด เพราะโพสต์นี้มีผู้สละเวลามาให้คำตอบผมเยอะมาก (จริงๆแล้วเป็นโพสต์ที่มีคอมเม้นต์มากที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลยนะครับ) สุดยอดจริงๆ
ครบ 1 ปี (กับอีกนิดๆ) ขอเขียนเรื่องส่วนตัวสักทีนะครับ
19 comments พฤษภาคม 18, 2007
โอ้ว…ค่าขอวีซ่าทำไมแพงขนาดนี้
นึกไม่ถึง คุณพี่จอร์จ ไม้พุ่มเล่นซะ 100 เหรียญเลยเหรอครับ ออฟฟิศไม่ออกให้ด้วย (คงนึกในใจว่า ตูส่งเอ็งไป ออกให้ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก พ็อกเก็ตมันนี่ เงินแค่นี้ออกเองบ้างสิโว้ย…) ก็แหม ไหนๆก็ออกให้ขนาดนี้แล้ว ค่าวีซ่าก็น่าจะออกให้ด้วยสิเนาะ…
รบกวนถามผู้รู้อีกครั้งครับ การสัมภาษณ์ขอ visa นี่เขาถามอะไรกันบ้างครับ จะได้เตรียมตัวไว้เนิ่นๆ ไม่งั้นเดี๋ยวไปเจอแล้วเกิดบ้าใบ้คิดไม่ทันจะแย่เอา อ้อ แล้วเอกสารที่ผมควรเตรียมไปเพื่อแสดงฐานะว่าผมจะไม่ไปเป็นโรบินฮู้ดที่นั่นควรมีอะไรบ้างครับ (นอกจากสมุดบัญชีแล้วต้องเอาโฉนดบ้านไปแสดงด้วยไหมครับ?)
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคำตอบและคำแนะนำครับ
8 comments พฤษภาคม 18, 2007
อาร์เอสรายได้ลดแต่กำไรเพิ่ม
เอาเข้าไป ไตรมาส 1 ปีนี้รายได้ลดไป 36.5% จาก 792 ล้านบาทในปีที่แล้วมาเหลือที่ 580 ล้านบาท นึกว่าจะแย่เสียแล้ว แต่เอ๊ะ กำไรกลับเพิ่มขึ้น 14% จาก 7.84 ล้านมาเป็น 8.95 ล้านบาท
เฮียบอกว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะมาร์จิ้นดีขึ้น จากการปรับโมเดลธุรกิจเสียใหม่ (ซึ่งจริงๆเรื่องนี้พูดมาตลอด เฮียน่าจะเปลี่ยนคำพูดบ้างนะ) หารายได้ได้มากขึ้น ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
รายได้ของอาร์เอสไตรมาสแรกนี่มาจากเพลง 26% ธุรกิจดิจิตอล 8% โชว์บิส 32% ภาพยนตร์ 9% ทีวี 5% วิทยุ 14% สิ่งพิมพ์ 6%
เฮียบอกว่ารายได้จากธุรกิจภาพยนตร์มีการเติบโตที่ดี แถมยังยืนยันอีกว่ายังคุมงบการผลิตไม่เกินเรื่องละ 20 ล้านบาท แล้วไปหาพันธมิตรมาช่วยซัพพอร์ต เฮียแกยืนยันว่าปิดประตูขาดทุน แถมมีกำไรตั้งแต่ขายตั๋วได้ใบแรก (ขนาดนั้น…)
โปรเจ็คต์ที่รออยู่ในปีนี้ แอ่น … แอ๊น … ศึกมวยปล้ำ WWE แล้วก็คอนเสิร์ตโปงลาง แดน-บีม ฯลฯ ครับผม
หมายเหตุ : ผมถือหุ้นเฮียอยู่นะครับ (ยังถือไม่เลิก) นานๆเขียนถึงซักที ไม่ว่ากันนะครับ
Add comment พฤษภาคม 17, 2007




