Archive for ตุลาคม, 2007
คุณกับผมมีเงิน ๑๐๐ ล้านได้โดยไม่ต้องโกง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างนั่งทำงานกลางดึก น้องในทีมเปรยขึ้นมาว่า เมื่อไหร่จะรวยสัก ๑๐ ล้านจะได้เลิกทำงานซักที ผมก็เลยเล่าให้น้องๆฟังว่า จริงๆแล้ว ตามทฤษฎี มนุษย์เงินเดือนทุกคนสามารถมีเงินได้ถึง ๑๐๐ ล้านบาทกันเลยนะ
ได้ผลครับ แค่นี้ก็หูผึ่ง ตื่นจากหลับใหล หายงัวเงียกันเป็นแถว ผมเลยต้องอธิบายให้ฟังอย่างนี้ครับ
สมมุติเราอายุ ๓๐ ปี มีเงินเก็บ ๑ ล้านบาท (จะเอามาจากไหนก็แล้วแต่ อันนี้ผมไม่เกี่ยว) เอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนปีละ ๑๕% ทบต้นทุกปี ภายในเวลา ๑๗ ปี เงินเราจะเพิ่มเป็น ๑๐ ล้านบาท (คือ ๑๐ เท่า) หลังจากนั้นเราก็ซ้ำกระบวนการเดิมอีกรอบ อีก ๑๗ ปี จากเงิน ๑๐ ล้านบาทก็จะกลายเป็น ๑๐๐ ล้านบาท เท่ากับว่าเราใช้เวลา ๓๔ ปี นั่งดูเงินเราโตจาก ๑ ล้านบาทเป็น ๑๐๐ ล้านบาท จากอายุ ๓๐ ปี พอเรา ๖๔ (เลยเกษียนมานิดนึง) ก็มีเงิน ๑๐๐ ล้าน ชิลด์ ชิลด์… โดยที่เราไม่ต้องใส่เงินเพิ่มเข้าไปในระหว่างนั้นด้วย
นี่แหละคอนเซ็ปต์ของบล็อกนี้โดยแท้ let your money works for you ฮิ้ววววว…
แต่ที่ว่ามาทั้งหมดนี่เป็นทฤษฎีนะครับ มี “ถ้า” อยู่หลายข้อ ข้อแรกคือ “ถ้า” เราเริ่มตอนอายุ ๓๐ (จริงๆยิ่งน้อยก็ยิ่งดี) ข้อที่สองคือ “ถ้า” เรามีเงิน ๑ ล้านบาท และข้อสุดท้ายที่ยากไม่เบาก็คือ “ถ้า” เราลงทุนได้ผลตอบแทนทบต้นปีละ ๑๕% ติดต่อกัน ๓๔ ปีนี่สิครับ
ปล.หลังจากที่เล่าเสร็จ น้องในทีมผมก็เอ่ยปากทันที ขอยืมเงินล้านนึงดิพี่
เวรแท้…
13 comments ตุลาคม 29, 2007
ยอดคนว่างงานเดือนสิงหาคมลดลง
เป็นตัวเลขที่น่าดีใจนะครับ ช่วงนี้ยิ่งไม่ค่อยมีข่าวดีกันอยู่ด้วย ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติประกาศออกมาว่า เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยอดคนว่างงานมีจำนวน ๔๔๐,๐๐๐ คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วไปตั้ง ๗๐,๐๐๐ คน เขาอธิบายต่อว่า แสดงว่าการที่ภาวะเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการว่างงาน เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมได้เปิดกิจการเพิ่มขึ้นหลายแห่ง (ใช่ครับ อ่านไม่ผิดครับ “เปิด” เพิ่มขึ้นหลายแห่ง)
ฟังดูแล้วก็ขัดกับข่าวคราวที่ออกมา (และความรู้สึก) พอสมควร แต่ถ้าตัวเลขมันออกมาอย่างนี้ก็คงต้องฟังเขาบ้างแหละครับ…พี่น้องงงงงง
8 comments ตุลาคม 24, 2007
แบงก์กรุงศรีอยุธยาออกหุ้นกู้ ให้ดอกเบี้ย ๔.๒๕%
ต่อเนื่องจากโพสต์เรื่องหุ้นกู้ของ CPF นะครับ งวดนี้เป็นคราวของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่เตรียมเปิดขายหุ้นกู้ ๒ ชุด ชุดละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ชุดแรกอายุ ๓ ปี ให้ดอกเบี้ย ๔.๒๕% ต่อปี ชุดที่สองอายุ ๔ ปี ดอกเบี้ย ๔.๕% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก ๓ เดือนนะครับ งวดแรกวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๑
เปิดขายตั้งแต่วันที่ ๒๒ ถึง ๒๖ ตุลาคมนี้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา ซื้อขั้นต่ำ ๑๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ แต่ถ้าจะซื้อมากกว่านี้แบงก์เขาก็คงไม่รังเกียจครับ ฮิ้วววว…
อ้อ เกือบลืม “การลงทุนมีความเสี่ยง ห้ามดื่มเกินวันละสองขวดและโปรดอ่านฉลากก่อนดื่มทุกครั้งนะครับ” เย้…
2 comments ตุลาคม 19, 2007
โอนเงินผ่านเอทีเอ็มครั้งแรกในชีวิต
นึกดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะครับ ผมใช้เอทีเอ็มมาจนถึงตอนนี้ก็หลาย สิ…เอ่อ ปีอยู่ ผมไม่เคยโอนเงินผ่านเอทีเอ็มเลยสักครั้ง คงเป็นเพราะว่า ที่ทำงานของผมก่อนหน้านี้อยู่ในย่านที่มีธนาคารแทบจะครบทุกแห่งที่ต้องทำธุรกรรมการเงิน การเดินไปธนาคารก็เลยใกล้เท่ากับเดินไปเอทีเอ็ม จะฝากจะถอนจะโอนอะไรก็ใช้วิธีเดินไปที่ธนาคารได้เลย แต่ตอนนี้ย้ายที่ทำงานมากลายเป็นว่าธนาคารที่อยู่ใกล้ที่สุด (คือข้างล่างตึก) เป็นธนาคารที่ไม่ได้ทำธุรกรรมอะไรด้วยเลยสักนิด เวลาจะฝากจะถอนอะไรก็เลยต้องเดินทางกันวุ่นวาย
จนกระทั่งเมื่อวานนี้แหละครับที่มันมีเรื่องฉุกเฉินที่ต้องโอนเงินกันแบบปัจจุบันทันด่วน หันรีหันขวางไม่รู้จะทำยังไงดี ผมก็เลยตัดสินใจว่า เอาล่ะวะ ถึงเวลาเสียที ก็เลยได้ลองโอนเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มเป็นครั้งแรก ก่อนจะไปก็ถามไถ่น้องๆที่ออฟฟิศไว้ก่อนว่ามันต้องทำยังไงบ้างวะ น้องมันมองหน้า เหมือนไม่เชื่อ ต้องบอกว่า กูไม่ได้มุข ถามจริงๆเว้ย เสียฟอร์มจริงๆเลยผม
สำเร็จไปได้ด้วยดีครับ เพิ่งรู้เหมือนกันว่า มันต้องเสียเงินค่าโอนด้วย ๒๕ บาท อะไรวะ โอนเงินขี้ปะติ๋วแค่นี้คิดเงินตั้งแพง ทำไมแบงก์มันค้ากำไรเกินควรขนาดนี้เนี่ย?
20 comments ตุลาคม 16, 2007
CPF ออกหุ้นกู้ให้ดอกเบี้ย ๔.๒๕%
สำหรับคนที่ไม่ชอบเล่นหุ้น แต่ไม่พอใจผลตอบแทนจากการฝากเงินในธนาคาร ยังพอมีทางเลือกครับ ซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้บริษัทเอกชนที่ดูแล้วน่าจะมั่นคง มีความน่าเชื่อถือก็ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินครับ ว่าแล้วก็นี่เลย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารหรือ CPF ออกหุ้นกู้ ๒ ชุด ชุดแรกอายุ ๓ ปี ให้ดอกเบี้ย ๔.๒๕% ชุดที่สองอายุ ๕ ปี อัตราดอกเบี้ย ๔.๙๐% จ่ายดอกเบี้ยทุก ๖ เดือน ชุดแรกเปิดขาย ๓,๕๐๐ ล้านบาท ชุดหลังนี่ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เปิดขายตั้งแต่วันที่ ๑๖ ถึง ๑๘ เดือนนี้ครับ (ซึ่งก็คือเริ่มขายวันแรกพรุ่งนี้นั่นเอง)
ถ้าสนใจจะซื้อ เขาขายขั้นต่ำหนึ่งแสนบาทนะครับ ส่วนวงเงินสูงสุดไม่จำกัด ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ธนาคารทหารไทยและไทยพาณิชย์ทุกสาขาครับ
ปล.การที่ผมเขียนถึงไม่ได้เป็นการรับประกันว่าบริษัทนี้มีความมั่นคง น่าเชื่อถือนะครับ คนที่สนใจจะซื้อกรุณาสอบถามข้อมูลโดยละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเองนะครับ
Update : ถ้าสนใจอ่านเรื่องราวของ CPF เพิ่มเติม เชิญที่นี่ครับ

9 comments ตุลาคม 15, 2007
ค่างวดหมื่นหก โดนดอกไปหมื่นสอง…
เมื่อวานนี้น้องสาวของผมโทรมาหา บอกว่าไม่มีอะไรมากแค่จะโทรมาบอกว่าเพิ่งได้รับใบเสร็จจากการจ่ายเงินค่าบ้านงวดแรกไป (อ่านโพสต์เกี่ยวเนื่องที่นี่ครับ) น้องผมเล่าว่า จ่ายเงินค่างวดไปหมื่นหกกว่าๆ เป็นดอกเบี้ยไปเสียหมื่นสองกว่าๆ เหลือหักเงินต้นแค่สี่พัน เห็นแล้วสะดุ้ง
ผมก็เลยย้ำไปว่า ก็นี่แหละ ถึงได้บอกเอ็งก่อนแล้วว่าถ้ามีเงินเหลือเท่าไหร่ให้โปะไปให้เต็มๆ มันจะได้ลดเงินต้นเยอะๆหน่อย เพราะวิธีคิดดอกเบี้ยของพวกธนาคารมันจะหักดอกเบี้ยหนักมากในช่วงปีแรกๆ (อันนี้ผมไม่รู้วิธีคิดเหมือนกันนะครับว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ถ้าใครรู้ช่วยแบ่งปันด้วย จะขอบพระคุณอย่างสูง เพราะสงสัยมานานมาก) ยิ่ง 3 ปีแรกนี่แบกดอกเบี้ยกันหลังแอ่นเลย แต่หลังจากนั้นจะค่อยๆเบาลง
ก่อนหน้านี้น้องผมก็รับรู้คำเตือนไปแล้ว แต่ยังไม่เห็นภาพชัดเจน พอมาเจอใบเสร็จของตัวเองเข้าอย่างนี้คงจำคำเตือนของผมได้แม่นขึ้นล่ะครับ
6 comments ตุลาคม 11, 2007
เจ้าของบางกอกแอร์เวย์สเมินตลาดหุ้นไทย
หมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของสายการบินบอกว่า อีกสัก 3 ปีคงได้เอาบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น เพื่อเอาเงินมาขยายกิจการ แต่ว่าเป้าหมายแรกคงจะไปนิวยอร์คโน่นเลย ถ้าไม่ได้ก็ไปสิงคโปร์ คงไม่เข้าตลาดหุ้นไทย โดยที่คุณหมอให้เหตุผลเอาไว้น่าฟัง ผมคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการว่าเขาคิดยังไง ส่วนคนที่เกี่ยวข้องจะไปหาทางแก้ไขปรับปรุง หรือจะปล่อยให้ผ่านไปก็สุดแท้แต่

หมอปราเสริฐบอกว่า ตลาดหุ้นไทยมีกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดมากกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นกฎเกณฑ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศแม้ว่าจะมีกฎระเบียบเยอะแต่ก็มีความแน่นอน เช่น ที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แม้จะขึ้นชื่อว่ามีกฎระเบียบมาก แต่ก็มีความชัดเจนในการบริหารจัดการ
น่าคิดนะครับ…
ในขณะที่การแข่งขันระหว่างตลาดหุ้นด้วยกันเองมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ตลาดหุ้นไทยถือว่ามีขนาดเล็กมากจนแทบถูกกองทุนใหญ่ๆเมินอยู่แล้ว ความน่าสนใจก็น้อยกว่าฮ่องกง ญี่ปุ่น เซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์ ฯลฯ ถ้าเจ้าของบริษัทใหญ่ๆมีความคิดเหมือนหมอปราเสริฐมากๆเข้า พากันยกขบวนไปเข้าตลาดหุ้นที่อื่นกันหมด หรือซ้ำร้ายเกิดเอาบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้วออกไปที่อื่น มันจะพลอยทำให้กลไกตลาดทุนของบ้านเราเป็นง่อยเอาง่ายๆนะครับ
6 comments ตุลาคม 10, 2007
มาม่าขึ้นราคา 1 บาท
หลังจากอั้นมานานร่วมสิบปี วันนี้ “มาม่า” ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดของไทยอั้นไม่อยู่แล้วครับ ประกาศขอขึ้นราคาซองละ 1 บาท ให้เหตุผลว่าเพราะต้นทุนทุกอย่างขึ้นกันหมดแล้ว ขึ้นมาเยอะแล้วด้วย จะมีผลต้นปีหน้า แต่ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเลื่อนไปไหม เพราะทางกรมการค้าภายในกับกระทรวงพาณิชย์ออกมาพูดกันใหญ่ว่าจะขอเจรจาก่อน ยังไม่ยอมให้ขึ้น เลยเถิดไปถึงขนาดที่ว่าอาจจะทำให้บะหมี่สำเร็จรูปเป็นสินค้าควบคุมไปโน่นเลย
เอา…เอาเข้าไป
ผมว่าของบางอย่างเราอย่าไปทำให้มันผิดธรรมชาติมากนักก็คงจะดีนะ ถ้าเราคิดแบบใจเป็นธรรมก็คงต้องยอมรับว่า ต้นทุนหลายอย่างมันขึ้นมาจริงๆ ถ้าเป็นเราก็คงจะอั้นเอาไว้ไม่ไหวเหมือนกัน มันก็คงต้องขอขึ้นราคากันบ้าง ภาครัฐจะมาบีบให้ทนอยู่ได้ยังไง
หรือว่าจะเป็นแค่เล่นลิเกหลอกคนดูก็ไม่รู้ (ทำท่าทางขึงขังไปยังงั้นเอง ให้ดูเหมือนว่าพยายามทำหน้าที่กันแล้วนะ ประมาณนั้น)
ไม่ฮิ้ววววว…
11 comments ตุลาคม 9, 2007
ระวังมุขใหม่ของพวกมิจฉาชีพหลอกถามข้อมูล
งานนี้ประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิตเขาออกมาเตือนเองเลยนะครับ เขาบอกว่า ตอนนี้พวกมิจฉาชีพมันมีมุขใหม่ที่จะหลอกถามข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตรเครดิตจากเราๆท่านๆที่ไม่ทันระวังตัว วิธีการก็คือ “มัน” จะสุ่มโทรศัพท์ไปแล้วอ้างตัวเป็นสถาบันการเงินมาทวงหนี้บัตรเครดิต โดยใช้ข้อความผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ แต่ถ้าจะเอารายละเอียดเพิ่มเติม ก็ให้กดหมายเลขที่กำหนดไว้ และถ้าเราหลงเชื่อกดเข้าไปก็จะมีคนรับสายและมาสอบถามข้อมูลส่วนตัว จำพวกชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัว วันเดือนปีเกิด รวมทั้งหมายเลขบัตรเครดิต วงเงินที่ได้รับอนุมัติ ทั้งหลายทั้งปวง
ซึ่งวิธีการเหล่านี้ไม่ใช่วิธีปฏิบัติของสถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตนะครับ ถ้าเจอแบบนี้ฟันธงได้เลยว่า ของเก๊แน่นอน วางสายไปเลย และตอนนี้ทางชมรมฯก็กำลังสืบหาต้นตอแก๊งมิจฉาชีพที่ว่านี่อยู่แล้ว
แต่ในส่วนของเราเองก็ไม่ควรประมาทเช่นกันครับ
2 comments ตุลาคม 3, 2007
อยากลงทุนในจีน-อินเดีย ต้องกองทุนนี้เลยครับ
หากใครยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจของจีนและอินเดียน่าจะยังเติบโตระเบิดระเบ้อได้เหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งพวกเราได้แต่มองตาปริบๆ ระคนความอิจฉาที่ได้เห็นตลาดหุ้นสองประเทศนี้ขึ้นเอาขึ้นเอา หรือคิดว่าอยากจะกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปต่างประเทศบ้าง ตอนนี้เรามีโอกาสแล้วครับ
บลจ.ทิสโก้เปิดตัวกองทุนใหม่เพื่อเอาไปลงทุนในจีนกับอินเดียโดยเฉพาะ เรียกว่า กองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า อินเดีย ดิวิเดนด์ ฟันด์ เขาจะเอาเงินไปลงทุนในกองทุนรวม ETF ที่ซื้อหุ้นบริษัทในจีนกับอินเดีย (รายละเอียดตรงนี้ถามเขาเองดีกว่า) โดยมีการจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เปิดขายเมื่อวานเป็นวันแรกถึงวันที่ 12 ตุลาคมนี้ กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 20,000 บาทครับ
ใครสนใจก็เชิญนะครับ
5 comments ตุลาคม 2, 2007




