Archive for มกราคม, 2008
เฟดลดดอกเบี้ยอีก ๐.๕๐%…แล้วไง?
เมื่อคืนนี้ (ตามเวลาในบ้านเรา) ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด ได้ลดดอกเบี้ยอีก ๐.๕๐% ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯกับประเทศไทย (อันเป็นที่รักยิ่งของเรา) ถ่างกว้างขึ้นอีก ผู้มีความรู้หลายคนก็วิเคราะห์ว่า ถ้าอย่างนี้น่าจะทำให้เงินทุนไหลออกจากสหรัฐฯมาบ้านเรามากขึ้น หุ้นก็น่าจะขึ้น (ซึ่งช่วงเช้าวันนี้มันขึ้นจริงๆ แต่หลังจากนี้ไม่รู้…) เงินบาทก็น่าจะแข็งค่าขึ้น ซึ่งก็จะไม่ดีกับการส่งออกต่อเนื่องเป็นลูกโซ่กันไป
ผู้สันทัดกรณีทั้งหลายก็เลยเชื่อว่า ถ้าอย่างนี้แล้ว ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็คงไม่นิ่งดูดาย คงจะลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยตามมาติดๆ เพื่อไม่ให้เงินทุนมันไหลเข้ามามากนัก (คงกลัวเงินดอลลาร์จะท่วมประเทศ) เพราะฉะนั้นคนที่มีเงินเก็บและฝากเอาไว้ในธนาคารก็มั่นใจได้ว่า หลังจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเตี้ยเลียดินอยู่แล้วก็คงจะลดลง (ให้ช้ำใจ) ไปอีกระยะนึง
แต่ถ้าใจถึงใจสู้ชูสองนิ้วก็ขอเชิญได้ครับ ตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดประตูรอต้อนรับทุกท่านอยู่แล้วววววว…แว๊ว…แว๊ว… (กรุณาอ่านให้เป็นเสียงเอคโค่นะครับ)
ปล.การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ควรดื่มเกินวันละ ๒ ขวด เอิ๊กกกกก…
4 comments มกราคม 31, 2008
แล้วความโลภก็ทำลายตัวเอง…อีกครั้ง
เมื่อคืนก่อนนอนผมเปิดดู cnbc เพื่อจะดูว่า ตลาดนิวยอร์คเป็นไงบ้าง แล้วก็เห็นข่าวด่วนเข้ามาเรื่อง Societe Generale แบงก์ขนาดใหญ่ของฝรั่งเศสเจอปัญหาขาดทุนไป ๗.๒ พันล้านเหรียญ (คิดเป็นเงินไทยก็ไม่มากไม่มายอะไร แค่ ๒ แสนกว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เอิ๊กกกก…) เนื่องจากเทรดเดอร์คนนึงของธนาคารทำการทุจริต ยอดความเสียหายที่ว่านี่ทำให้เคสนี้กลายเป็นกรณีการทุจริต (โดยคนเพียงคนเดียวในด้านหลักทรัพย์) ที่ร้ายแรงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้ากรณีอีตานิก ลีสัน ที่ทำแบริ่งส แบงก์ของอังกฤษล่มจมไปเมื่อหลายปีก่อน เคสนั้นเจ๊งไปเบาะๆแค่ ๑.๖ พันล้านเหรียญแค่นั้นเอง แต่ยังโชคดีที่ครั้งนี้ยังไม่ถึงกับทำให้ Societe Generale เจ๊ง แต่ก็แข้งขาอ่อนซวดเซไปไม่เป็นเหมือนกัน
คิดตามประสาคนรู้น้อยอย่างผมก็อดแปลกใจไม่ได้ มันมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดให้เห็นแล้วตั้งหลายครั้ง ก็น่าจะรู้จักป้องกันเอาไว้บ้าง ทำไมถึงปล่อยให้เกิดขึ้นได้ แถมยังเสียหายมากขึ้นอีกต่างหาก เออ มันแปลกดีนะ
ถ้าเขียนเป็นสมการคงได้ประมาณนี้ ทุนนิยม + ความโลภ + ความประมาท = ความชิ_หาย
แต่ถ้าตามคำพระก็ต้องว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม นั้นแล
ฮิ้วววว….
4 comments มกราคม 25, 2008
แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส…โดนบ้างล่ะมึง
๑๐ ปีที่แล้วตอนต้มยำกุ้ง ไครซิส เล่นบ้านกูหนักเหลือเกิน มาชี้นิ้วจะเอาไอ้โน่น เอาไอ้นี่ ต้องทำอย่างโน้น ต้องทำอย่างนี้ บาปกรรมมีจริงนะเว้ย ทันตาเห็นเชียวล่ะ โดนบ้างล่ะมึงคราวนี้ “แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส” ขอให้โชคดี
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามคำพระท่านว่านั้นแล เอิ๊กกกกก…
14 comments มกราคม 23, 2008
ถ้าสนใจคอนโดฯย่านพญาไท-ราชเทวี เตรียมเงินได้เลยครับ
นอกจากย่านปิ่นเกล้าจะมีโครงการคอนโดมิเนียมมาขึ้นกันคึกคักน่าดูแล้ว ช่วงนี้รู้สึกแถวพญาไท-ราชเทวีก็ไม่เบานะครับ ของเดิมก็มีอยู่แล้ว ๒-๓ โครงการด้วยกัน มีอะไรบ้าง ก็มีปทุมวันรีสอร์ท ของเอพีที่มาเป็นเจ้าแรกๆ มีบ้านปทุมวันที่อยู่ตรงข้ามกัน มีของโนเบิล (ตอนนี้เปลี่ยนมือไปแล้ว) อยู่ตรงแยกที่กำลังขึ้นตึกสูงของอาจารย์อุ๊ (เคมีอาจารย์อุ๊นั่นแหละครับ) แล้วก็มีฝั่งตรงข้ามกับโนเบิลอีกตึก อันนี้รู้สึกจะชื่อ พญาไทเพลสหรือไงนี่แหละ (อายุไม่ใช่น้อยๆแล้วอ่า…หลงๆลืมๆบ้างก็เป็นธรรมดา)
ถ้าใครเคยเสียดายว่า รู้งี๊…ตอนนั้นซื้อเอาไว้ก็ดี ตอนนี้ถือว่าทำเลดีมากเลยเนี่ย ไม่ต้องเสียดายครับ โอกาสรอบสองกลับมาแล้ว เพราะตอนนี้หลายเจ้าประกาศตัวเตรียมขึ้นคอนโดฯแถวนี้กันพรึ่บพรั่บ ที่ประกาศไปแล้วขายไปแล้ว (แต่ยังกั๊กไว้ส่วนนึง หรือขายไม่หมดก็ไม่รู้) ก็ของทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ ของเสี่ยเจริญเขา ขึ้นแน่ๆตรงข้ามตึกพญาไทพลาซ่า แล้วก็ยังมี ideo เจ้านี้น้องใหม่มาแรงจริงๆ ทุ่มเงินซื้อตึกแถวริมถนน เตรียมทุบทิ้งขึ้นคอนโดฯใหม่อีกแท่งนึง อยู่ตรงข้ามปทุมวันรีสอร์ท
ถ้าเดินต่อมาทางแยกพญาไท เลี้ยวขวาไปนิดนึง the victory กำลังจะเปิดขายเร็วๆนี้ อยู่เยื้องๆโรงพยาบาลพญาไท ๑ ผมลองนึกดูเล่นๆว่าจุดขายมีอะไรบ้าง ข้อแรกก็อยู่ใกล้โรงเรียนศรีอยุธยา ตามมาด้วยโรงพยาบาลพญาไท อีกอันไม่รู้จะเป็นจุดขายได้ไหม อยู่ใกล้อาบอบนวดครับ (ฮ่า…)
แล้วยังมีโครงการใหม่เห็นล้อมรั้วเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ขึ้นป้าย (แล้วผมทะลึ่งไปรู้มาได้ไงฟะ?) เป็นของเอพีเจ้าเก่า อยู่ตรงข้ามสถานีตำรวจพญาไทครับ โครงการนี้น่าจะอุ่นใจ เพราะอยู่ใกล้ทั้งตำรวจทั้งทหาร (กรมแพทย์ทหารบก) ถ้าทหารกับตำรวจไม่ตีกันเองก็คงปลอดภัยล่ะครับ ฮิ้ววววว…
4 comments มกราคม 22, 2008
สุดยอดแห่งความเสี่ยง…
ก็คือ การไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย
ผมเปล่าพูดเอง Raul Garcia Bravo เขาบอก (ส่วนเขาเป็นใคร ขอเชิญใช้คุณพี่กูเกิ้ลได้เลยนะครับ)

ผมสงสัยว่า คุณพี่ Bravo คงไม่เคยมาเมืองไทยแน่เลย ไม่งั้นต้องบอกว่า สุดยอดแห่งความเสี่ยงคือการลงเล่นการเมืองในประเทศไทย (เพราะฉะนั้นจะต้อง highest return ด้วยนะค้าบบบบบ มันถึงจะคุ้มค่าเหนื่อยกันหน่อย)
ไม่ฮิ้ว…
4 comments มกราคม 18, 2008
เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบทศวรรษ
ผมไม่ได้บอกเองนะครับ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเขาเป็นคนบอก ค่าเงินที่ปิดไปเมื่อวานนี้อยู่ที่ ๓๓.๑๓ บาทต่อดอลลาร์ แข็งขึ้นมาจากตอนปิดสิ้นปี ๒๕๕๐ ไปแล้ว ๑.๗% พอบาทแข็งอย่างนี้ก็เริ่มเดือดร้อนกันอีกรอบแล้วครับ คนแรกเลยก็แน่ๆ ต้องเป็นผู้ส่งออกที่จะต้องมาโวยก่อน แต่งวดนี้ยังไม่ทันจะออกมาเรียกร้องอะไรก็โดนท่านนายกฯออกมาเล่นซะก่อน ท่านบอกว่า สาเหตุที่เงินบาทแข็งโป๊กอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผู้ส่งออกนี่แหละที่ไปเทขายเงินดอลลาร์ บาทมันก็แข็งสิเว้ยยยย… (ประโยคหลังนี่ของผมเอง เดาเอาว่าท่านคงนึกในใจอย่างนี้)
แต่ถ้ามองกันแบบยุติธรรม ถ้าผมเป็นผู้ส่งออก แล้วผมเห็นเทรนด์ (ที่แปลว่าแนวโน้ม ไม่ใช่รถไฟ) ค่าเงินดอลลาร์มันจะอ่อนลงไปเรื่อยๆ ผมจะทะลึ่งไปถือไว้ทำลิงอะไร ผมก็ขายก่อนสิครับ ถ้าถืออยู่ ๑ ล้านเหรียญ เกิดมันอ่อนไปบาทนึงผมก็ขาดทุนไปล้านนึง จะถือเอาไว้ให้โง่ทำไม แล้วผู้ส่งออกเขามีกันคนละล้านที่ไหน มีกันเป็นสิบๆล้านโน่น เก็บเอาไว้ก็ขาดทุนกันเป็นสิบๆล้านสิครับ รัฐท่านจะมาช่วยมั๊ยล่า….ก็เปล่า งานนี้ก็ตัวใครตัวมันสิครับ พระท่านยังบอกเลยว่า อัตตาหิ อัตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั้นแล
เอิ๊ก…
7 comments มกราคม 15, 2008
เตรียมรับมือเศรษฐกิจทรงหรือทรุด
ผมไม่ได้มองว่าเศรษฐกิจจะทรง จะทรุด หรือว่าจะเผาจริงเผาหลอกอะไรทั้งนั้นนะครับ เพียงแต่อ่านคำแนะนำของคุณ lek ในโพสต์ที่แล้วที่แนะว่าให้หาวิธีรับมือภาวะฉุกเฉินมาบอกกันบ้าง
ผมก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นนะครับ แต่ถ้าเอาวิธีของผมเองหลังจากที่โดนต้มยำกุ้งหม้อใหญ่เข้าไป ผมใช้วิธี “๒ ลด” ครับ
ลดข้อแรก ลดภาระหนี้ เพื่อให้ตัวเบาที่สุด สำหรับคนที่มีหนี้อยู่แล้วก็รีบๆจ่ายคืนเจ้าหนี้ให้หมดเสียเร็วๆ ยิ่งเร็วยิ่งดี ยกเว้นในกรณีหนี้ก้อนใหญ่ที่คงจะจ่ายให้หมดในเร็ววันไม่ได้ อย่างผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อ้อ เดี๋ยวนี้ต้องมีผ่อนคอนโดฯด้วย เพราะกำลังฮิต แล้วก็ไม่ต้องทะลึ่ง (หมายถึงตัวผมเอง) ไปก่อหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นอีก เพราะถ้าหากเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นมาจริงๆ ภาระหนี้พวกนี้จะเป็นตัวฉุดให้สถานการณ์ที่ทรงๆกลายเป็นทรุดๆ ถ้ากำลังจะทรุดเล็กๆมันก็จะเป็นดิ่งเหว อะไรประมาณนั้น อ้อ อีกอย่างนะครับ อันนี้ชัวร์แน่นอน อย่าก่อหนี้ใหม่ไปใช้คืนหนี้เก่าเด็ดขาด ซวยสองต่อจริงๆนะ จะบอกให้
ลดข้อที่สองก็คือ ลดกิเลส จะเรียกว่า ลดความอยากก็ได้ครับ อะไรที่ไม่จำเป็นต้องซื้อก็ไม่ต้องไปซื้อ อะไรที่ไม่ต้องเปลี่ยนก็อย่าไปทะลึ่งเปลี่ยน เพื่อนบ้านซื้อรถใหม่ ถ้าของเรายังใช้ได้อยู่ก็เฉยๆไว้ ห้องข้างๆเขาถอยโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ใสกิ๊กออกมาก็ก้มหน้าก้มตาใช้เครื่องเก่าของเราไปก่อน (ถ้ามันยังใช้ได้) มือถือรุ่นใหม่มีกล้อง ๕ เม็กฯก็นิ่งๆไว้ อย่าไปว้อนต์ ถือเงินเอาไว้จนมั่นใจว่าไม่มีมรสุมแน่ๆแล้วค่อยไปซื้อก็ยังไม่สาย
โบราณเขาบอกว่า อยู่อย่างคนจนจะไม่จน อยู่อย่างคนรวยจะไม่รวยครับ ซตพ.พิสูจน์แล้ว จริงแท้แน่นอนที่สุดครับ
ฮิ้วววว…
17 comments มกราคม 9, 2008
เศรษฐกิจปีนี้จะดีจริงเร้อออออ…
พรรคไหนๆก็บอกว่า ถ้าพี่เขาเข้ามาแล้วรับรองเศรษฐกิจดีแน่หายห่วง นี่เลือกตั้งเสร็จตั้งหลายวันแล้วยังไม่เห็นชัดๆเลยว่าใครจะมาบริหารบ้านเมือง งั้นก็ต้องนี่เลย ถ่ายรูปกระเป๋าตังค์เก็บไว้เห็นๆ เอาไว้ปลายปีเอามาเทียบกันดูว่า กระเป๋าโตขึ้นไหม แล้วถ้าโต มันจะโตขึ้นจากเงินที่เพิ่มขึ้นหรือว่าจากใบแจ้งหนี้กันแน่เว้ย…

5 comments มกราคม 7, 2008
ราคาน้ำมันขยับมาแตะ ๑๐๐ เหรียญแล้วครับ
หลังจากเด้งขึ้นเด้งลงให้มีลุ้นมานานร่วม ๒-๓ เดือน คราวนี้ขึ้นไปถึงจนได้ สดๆร้อนๆเมื่อคืนนี้เอง (กลางคืนบ้านเราแต่กลางวันที่อเมริกา) แต่ก็ยืนอยู่ได้ไม่นานนะครับ สุดท้ายปิดตลาดก็ลงมาอยู่ที่ ๙๙.๖๒ เหรียญ แล้วก็เป็นเรื่องปกติของเรื่องพวกนี้ที่มักจะมีนักวิเคราะห์ออกมาอธิบายสาเหตุอะไรยืดยาวไปหมด ไล่มาตั้งแต่เคสเบนาซี บุตโตโดนสังหาร ความไม่สงบในไนจีเรีย อัลเบเนียอะไรโน่น แล้วเห็นบอกว่า สถานการณ์อย่างนี้น่าจะทำให้ราคาทองคำมันสูงขึ้นด้วยนะครับ เพราะเวลาที่คนไม่แน่ใจเรื่องสถานการณ์อะไรก็มักจะซื้อทองคำเก็บเอาไว้เสมอ เพราะฉะนั้นใครที่เตรียมซื้อทองช่วงตรุษจีนก็น่าจะซื้อเก็บไว้เสียเนิ่นๆ ไม่งั้นอาจจะต้องควักเงินกันกระเป๋าปลิ้นได้ เฮ้ออออ…
ปล.ราคาน้ำมัน ๑๐๐ เหรียญต่อบาร์เรลนี่เป็นครั้งแรก แต่ถ้าคิดตามเงินเฟ้อแล้ว เคยทำราคาเอาไว้สูงกว่านี้เมื่อเดือนเมษายน ๑๙๘๐ ตอนนั้นราคาปรับตามเงินเฟ้อเป็นมูลค่าเงินในปัจจุบันจะอยู่ที่ ๑๐๒.๘๑ เหรียญต่อบาร์เรล ช่วงนั้นที่ราคาน้ำมันแพงเป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่อิหร่าน (ที่เล่ามานี่ใครไม่เชื่อไปด่านิวยอร์คไทมส์เอาเอง ผมไม่เกี่ยว ฮิ้วววว…)
2 comments มกราคม 3, 2008
อยากได้ใครเป็นรมว.คลังครับ?
โผล่ชื่อในโผจากลันดั้นมา ๒ คน คนแรก ดร.โกร่ง เด็กป๋า มีผลงานมาแล้วแต่นานแล้วเหมือนกัน จำได้ไม่แม่นนัก คนถัดมา ทนง พิทยะ ผลงานปิด ๕๖ ไฟแนนซ์สมัยบิ๊กจิ๋วยังแจ่มชัดในมโนภาพ แต่จะให้ได้อารมณ์ต้องถามคน ๕๖ ไฟแนนซ์ดูเอง เมื่อเช้าเห็นหนังสือพิมพ์บางฉบับเปิดชื่อมาอีกคน ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ จากบล.ภัทร คนนี้ติดอันดับนักวิเคราะห์ท็อปทรีของประเทศจากการจัดอันดับของต่างชาติมาหลายปี แต่ถ้าจะให้กระโดดขึ้นเวทีมาเล่นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง เพราะการยืนดูข้างล่างกับมาเล่นเองมันก็คนละเรื่องกัน
ผมลองถามเป็น mymoney โพลดูบ้างก็แล้วกันว่าอยากได้ใครเป็นรมว.คลังครับ? (เห็นเขามีโพลโน้นโพลนี้กันเยอะ ก็เลยอยากทำดูบ้าง) เปิดกว้าง อิสระ ไม่มีใบเหลือง ใบแดง อยากเสนอชื่อคนนอก คนใน ได้หมดครับ
3 comments มกราคม 2, 2008




