Posts filed under 'Banking'
สม…
เอ๊ะ อย่างนี้มันไม่คอนฟลิกต์ ออฟ อินเทอร์เรสต์ รึไง? (แปลเป็นไทยได้ว่า “ไม่หน้าด้านไปหน่อยเหรอ พี่น้อง”) ตัวเองเป็นที่ปรึกษาย่อมรู้ข้อมูลมากกว่าชาวบ้านเขาหมด แล้วเข้ามาประมูลเสียเองอย่างนี้มีกั๊กข้อมูลเอาไว้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้
หลังจากที่ประมูลได้ไปแล้ว เลห์แมนฯคนดีก็ไปขูดรีดเอากับลูกหนี้อีกต่อหนึ่ง ลองถามคนที่เคยถูกขายให้เป็นลูกหนี้เลห์แมนฯสมัยนั้นดูเถอะว่าถึงใจพระเดชพระคุณขนาดไหน
10 comments กันยายน 29, 2008
แบงก์สู้กันมันหยดติ๋ง
คงยังจำกันได้นะครับที่แบงก์กรุงเทพออกบัญชีเงินฝากประจำ ๕ เดือนให้ดอกเบี้ย ๓.๘% ออกมาเป็นการจุดพลุให้แบงก์อื่นเปิดศึกตามมาเป็นพรวน
ล่าสุดแบงก์ไทยพาณิชย์ไม่ยอมแพ้ บลัฟกลับเสียเลย ของพี่ ๕ เดือนเจ๋งแล้วเหรอ? เจอของผมดีกว่า ๔ เดือนเองน๊า ให้ ๓.๘% เท่ากันด้วย เริ่มตั้งแต่วันนี้ หมดเขต ๒๕ สิงหาคมครับ อ้อ…ฝากขั้นต่ำ ๑ แสนบาท สูงสุดไม่เกิน ๑๐ ล้านบาทนะครับ เอิ๊กกกกก…


6 comments สิงหาคม 15, 2008
ธนาคารแย่งกันขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก
โอกาสทองมาแล้วครับท่านผู้ชม หลังจากแบงก์ใหญ่บ่ะลั้กกั้กอย่างแบงก์กรุงเทพประกาศออกบัญชีเงินฝากประจำ ๕ เดือนอัตราดอกเบี้ย ๓.๘% ได้ไม่กี่วัน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็ทนไม่ไหว พี่ทำได้คนเดียวเหรอไง น้องก็ทำได้เหมือนกัน ออกมาเหมือนกันเด๊ะ ฝากประจำ ๕ เดือนให้ดอกเบี้ย ๓.๘% แต่ยืดเวลาฝากเงินให้ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม
เรื่องแบบนี้ธนาคารสีส้มเจ้าเก่า แบงก์ธนชาต จะยอมได้ไง แบงก์เล็กแต่ใจใหญ่นะเฟ้ย ให้มันรู้กันไป ให้ไปเลย ฝากประจำ ๖ เดือน ดอกเบี้ย ๓.๘๗๕% เงื่อนไขนิดเดียว ฝาก ๕ หมื่นบาทขึ้นไป
นั่งดูคนมีตังค์เขาแข่งกันนี่สนุกดีเหมือนกันเว้ยยยยย
4 comments สิงหาคม 1, 2008
แบงก์กรุงเทพออกเงินฝาก ๕ เดือนดอกเบี้ย ๓.๘% ต่อปี
ธนาคารกรุงเทพเปิดตัวบัญชีเงินฝากอันใหม่ครับ เข้ากระแสดอกเบี้ยขาขึ้นกันเลย ฝากประจำ ๕ เดือนให้ดอกเบี้ย ๓.๘% ต่อปี มีเงื่อนไขนิดเดียว ต้องฝากครั้งละไม่ต่ำกว่า ๕ หมื่นบาท และยอดรวมสูงสุดอย่าให้เกิน ๕ ล้านบาท เริ่ม ๔ สิงหาคม หมดเขต ๑๘ สิงหาคมครับ
สำหรับผม mymoney หมดสิทธิ์ทั้งยอดขั้นต่ำและขั้นสูง เอิ๊กกกกกก…
Add comment กรกฎาคม 30, 2008
การใช้บัตรเอทีเอ็มปี ๒๕๕๐ ลดลง
แบงก์ชาติให้ข้อมูลว่า ยอดการใช้บัตรเอทีเอ็มในปี ๒๕๕๐ อยู่ที่ ๕๗๑.๓ ล้านรายการ (โอ้โห!!!) แต่อย่านึกว่าเยอะนะครับ เพราะว่าลดลงมาจากปี ๒๕๔๙ ถึง ๙.๗% เพราะปีนั้นมียอดการใช้ ๖๓๒.๗ ล้านรายการ แล้วถ้าเจาะลงไปในเรื่องประเภทการใช้งานจะพบว่า การใช้บัตรเอทีเอ็มเพื่อเบิกถอนเงินสดลดลง ๑๔.๕% (ถ้าให้เดา คงเป็นเพราะแบงก์คิดเงินการใช้เอทีเอ็ม ทำให้คนต้องกดเงินแต่ละครั้งมากขึ้น จำนวนที่ใช้ก็เลยลดลง) แต่จำนวนการโอนเงินเพิ่มขึ้น ๓๗% จำนวนการฝากเงินเพิ่มขึ้น ๑๕.๕% ซึ่งทางแบงก์ชาติบอกว่า อันนี้เป็นเรื่องดี เพราะถือว่าการใช้เอทีเอ็มมีประสิทธิภาพมากขึ้น และก็เลยทำให้ธนาคารมีภาระในการทำธุรกรรมในสาขาลดลง
เมื่อมีภาระในการทำธุรกรรมในสาขาลดลงก็อย่าแปลกใจที่อีกหน่อยเราจะเห็นพนักงานในแต่ละสาขาลดลงตามไปด้วย แล้วหน้าที่ก็จะเริ่มเพิ่มในด้านการขายมากขึ้น (ทุกวันนี้ก็มากอยู่แล้ว) ขายกองทุน ขายประกัน ขายสินเชื่อรถยนต์ ฯลฯ ถ้าพนักงานแบงก์คนไหนไม่ชอบงานขายก็คงลำบากหน่อยล่ะครับตอนนี้
2 comments กรกฎาคม 14, 2008
แบงก์เริ่มทยอยขึ้นดอกเบี้ย
ขณะที่ยังไม่รู้ว่าแบงก์ชาติจะเอายังไงกับนโยบายดอกเบี้ย แต่ดูท่าว่านายแบงก์คงเลือกเดินทางนี้กันแน่ เพราะหลายต่อหลายแบงก์เริ่มประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือออกบัญชีเงินฝากพิเศษที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติทั่วไปออกมากันแล้ว รายที่ฟังแล้วน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเห็นจะเป็นเจ้านี้ครับ แบงก์กรุงไทย ทางซีอีโอออกมาบอกเองว่า จะออกบัญชีเงินฝากใหม่ที่ให้อัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ระหว่าง ๕.๕-๖.๕% ต่อปี แต่กำหนดให้ฝากไม่ต่ำกว่า ๑ แสนบาทแต่ไม่เกินคนละ ๑ ล้านบาท แล้วต้องไปฝากในงานมหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ที่กระทรวงการคลังจะจัดที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี วันที่ ๑๗-๒๐ กรกฎาคมนี้นะครับ
Add comment กรกฎาคม 8, 2008
ตกลงดอกเบี้ยควรจะขึ้นไหมเนี่ย?
ตอนที่ประกาศอัตราเงินเฟ้อออกมาพุ่งกระฉูด เหล่าผู้รู้ก็ออกมาแสดงความเห็นกันว่า เงินเฟ้อขนาดนี้ต้องขึ้นดอกเบี้ยแล้วนะ ไม่งั้นจะแย่ ก็โอเค เป็นไปตามสูตรที่เคยรับรู้กันมาว่า ถ้าเงินเฟ้อขึ้นเยอะก็ต้องใช้นโยบายการเงินมาควบคุมด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ฟังข่าวจากทีวี ดร.สุชาติ ธาดาดำรงเวช จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า แบงก์ชาติไม่ควรจะขึ้นดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อตอนนี้มันไม่ใช่เงินเฟ้อปกติ เป็นเงินเฟ้อที่มีสาเหตุมาจากการที่ราคาน้ำมันกับราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการขึ้นดอกเบี้ยก็จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะคนที่กำลังผ่อนบ้านผ่อนรถ (รวมทั้งผ่อนอย่างอื่นด้วย) จะไม่ซ้ำเติมได้ยังไง ลำพังทุกวันนี้โดนค่าน้ำมันกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็จะผอมแย่อยู่แล้ว ถ้าเกิดขึ้นดอกเบี้ยขึ้นมาอีกประชาชนจะเอาเงินที่ไหนมากิน เพราะเงินงวดที่ต้องจ่ายแบงก์กับไฟแนนซ์มันก็จะต้องเพิ่มขึ้น ถ้าทนไม่ไหวก็อาจจะต้องเลือกเอาปากท้องไว้ก่อน ปล่อยหนี้ทั้งหลายให้กลายเป็นเอ็นพีแอลไป
คราวนี้ล่ะมึ้งงงงงง…ได้เจอปัญหาหนี้เสียยกใหญ่กันอีกรอบแน่
ฟังแล้วคนไม่รู้เรื่องอย่างผมก็ไม่รู้ว่าใครถูกใครผิดกันแน่ ก็ลุ้นนะครับ ลุ้นว่าหลวงท่านจะเอายังไง แต่ระหว่างนี้ก็ขอเก็บเงินไปพลางๆก่อนนะครับ … มันเสียวววววว (-_-”)
6 comments มิถุนายน 30, 2008
แบงก์เริ่มขยับดอกเบี้ยแล้ว
หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ออกมาน่าตกใจอย่างที่เห็น (๗.๖%) เหล่าธนาคารพาณิชย์ก็เริ่มปรับและขยับดอกเบี้ยขึ้นกันบ้างแล้วครับ ที่มีผลวันนี้ก็คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ขึ้นทั้งดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ โดยเงินฝากขึ้นตั้งแต่ ๐.๓๗๕ – ๑.๒๕๐% ส่วนฝั่งกู้ขยับขึ้นมา ๐.๓๗๕% (รายละเอียดมียิบย่อย ผมรบกวนลองดูที่เว็บเขาเองแล้วกันนะครับ)
ส่วนแบงก์อื่นก็เมียงๆมองๆอยู่เหมือนกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์กรุงศรีอยุธยา แบงก์เกียรตินาคิน เรียกง่ายๆว่า แบงก์ใหญ่ขยับนำทางไปแล้ว ถ้าแบงก์เล็กไม่รีบตามก็เห็นท่าจะแย่เหมือนกัน
คนมีเงินฝากก็คงพอยิ้มออกหน่อยนะครับ ส่วนคนเป็นหนี้ (อย่างผม) ก็ยิ้มเหมือนกัน…ยิ้มแห้งๆ :p
ไม่รู้จะฮิ้ว หรือจะเฮ้อดี…
Add comment มิถุนายน 4, 2008
money expo 2008 เริ่มแล้วนะครับ
ใครที่สนใจจะใช้บริการทางการเงินอะไรก็แล้วแต่ จะฝาก จะกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ ซื้อกองทุน ทำบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ซื้อประกัน ซื้อสลากออมสิน…สารพัด เชิญได้เลยครับที่เดิมนั่นแหละ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
จะดูโปรโมชั่นที่บริษัทต่างๆขนมาก็ไปดูที่นี่ก่อนได้ครับ จะได้เตรียมตัวเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนไป ไม่งั้นไปถึงเจอสาวๆ เจอพริตตี้สวยๆเข้าให้ จะพลอยลืมกันหมดว่าตูมาทำไมหว่า?
เอิ๊กกกกก…
Add comment พฤษภาคม 8, 2008
ธนบัตรใบละ ๕๐ ล้านดอลลาร์!!!
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ นี่น่าจะเป็นธนบัตรที่มีมูลค่า (ตามหน้าธนบัตรที่พิมพ์เอาไว้) สูงที่สุดในโลก แต่มูลค่าแท้จริงเดี๋ยวจะบอก

เป็นเงินของซิมบับเวครับ ด้วยความที่ประเทศนี้กำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อมโหฬาร ขนาดไหนเหรอครับ? ๑๐๐,๐๐๐% ครับพี่น้อง ใช่ครับอ่านไม่ผิด เงินเฟ้อที่ซิมบับเวตอนนี้เกินกว่า -หนึ่งแสนเปอร์เซ็นต์- เงินเฟ้อขนาดนี้ถ้ามีเงินปุ๊บต้องรีบซื้ออาหารตุนเอาไว้ปั๊บเลยนะครับ เพราะราคาข้าวของจะขึ้นแทบจะทุกวัน เรียกว่าถ้าตอนเช้าไปเดินตลาดเห็นข้าวของที่อยากได้แต่ตัดใจไม่ยอมซื้อ ถ้าตอนบ่ายเปลี่ยนใจกลับมาอีกที เรียบร้อยครับซื้อไม่ได้แล้ว ราคาขึ้นไปแล้วครับ
ให้เห็นภาพชัดๆนิดนึง ตอนนี้ราคาขนมปังที่ซิมบับเวแถวละ ๑๖ ล้านดอลลาร์ซิมบับเวครับ “แถวละ” นะครับ ไม่ใช่ซื้อเหมาทั้งโรงงาน เพราะฉะนั้นธนบัตรใบละ ๕๐ ล้านดอลลาร์ที่ว่านี่ก็ใช้ซื้อขนมปังได้ ๓ แถวแล้วเหลือเงินทอนอีกนิดหน่อยเท่านั้นครับ
เอิ๊กกกก…
ปล. อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ ๕๐ ล้านดอลล่าร์ซิมบับเวแลกได้ ๑ ดอลลาร์สหรัฐฯครับผม แปลงเป็นเงินไทยอีกที เท่ากับ ๓๑ บาท แหม…รู้สึก “รวย” ขึ้นมาในบัดดล ฮิ้ววววว
4 comments เมษายน 8, 2008




