Posts filed under 'Stock'
ดัชนี ‘ดาวโจร’ ร่วงต่ำกว่า 10,000 จุด
เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๐๐๔ เป็นต้นมา
ถึงแม้ว่ารัฐสภาสหรัฐฯจะผ่านแผนอุ้มสถาบันการเงินมูลค่ามหาศาลไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าประชาชนก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าจะเอาอยู่ ด้วยเหตุนี้เมื่อวานก็เลยเกิดเหตุการณ์เทขายหุ้นกระหน่ำกันอีกรอบหนึ่ง จนกระทั่งลงไปหนักสุดๆด้วยการติดลบถึง ๘๐๐ จุด ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นมาปิดลบไป ๓๗๐ จุด (ตัวเลขกลมๆนะครับ) แต่กระนั้นก็ตาม ดัชนี ‘ดาวโจร’ ก็ยังอยู่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ จุดอยู่ดี
หุ้นก็ตก น้ำมันก็ร่วง … งานก็หดนะครับ
หลายบริษัทเริ่มประกาศลดคนกันแล้ว ไม่ใช่เฉพาะพวกสถาบันการเงินเท่านั้น นี่ eBay เพิ่งประกาศออกมาว่าจะลดคน ๑๐% คิดคร่าวได้เท่ากับ ๑,๖๐๐ คน เท่าที่เห็นข้อมูลเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยอดตัวเลขคนตกงานของสหรัฐฯอยู่ราวๆ ๖๐๐,๐๐๐ คน สูงที่สุดในรอบ ๔ หรือ ๕ ปีนี่แหละ
คนที่ทำงานในบริษัทที่เน้นส่งออกไปต่างประเทศก็ระวังตัวกันหน่อยนะครับ เพราะถึงเหล่าท่านๆครม.เศรษฐกิจทั้งหลายจะออกมาบอกว่าไม่น่าจะกระทบเศรษฐกิจไทยแต่ก็เอาแน่ไม่ได้ เกิดคลื่นมันใหญ่กว่าที่คาดเอาไว้ซัดตูมเข้ามาจะแย่เอา
ตอนนี้ผมเตือนน้องๆเอาไว้แล้วว่า ถ้าไม่มั่นใจอย่าก่อหนี้ใหม่เด็ดขาด โดยเฉพาะหนี้ก้อนใหญ่แล้วก็ระยะยาว
บรรยากาศมันคุ้นๆ
11 comments ตุลาคม 7, 2008
Blacker Monday
วันจันทร์ที่ ๑๙ ตุลาคม ปี ๑๙๘๗ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงมโหฬารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ (๕๐๘ จุด คิดเป็น ๒๒.๖%) จนต้องจารึกวันนั้นกันไว้ว่าเป็น Black Monday แต่ก็อย่างที่เขาบอกกันไว้นั่นแหละครับ สถิติมีไว้เพื่อทำลาย เมื่อวานนี้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกเอาไว้อีกครั้งว่าเป็นวัน Blacker Monday (อย่าเอาไปใช้ที่ไหนนะครับ ผมเรียกของผมเอง ไม่ได้หวง แต่กลัวคนอื่นเขาจะไม่รู้เรื่องด้วย)
![]()
[ดัชนีดาวโจนส์ช่วง Black Monday]
หลังจากรัฐสภาสหรัฐฯคว่ำแผนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน (อันที่ต้องควักเงินประชาชนผู้เสียภาษี ๗ แสนล้านเหรียญมาอุ้มพวกสถาบันการเงินแล้วก็ซีอีโอทั้งหลายนั่นแหละครับ) ก็เกิดแรงกระหน่ำขายหุ้นกันมโหฬารจนหุ้นตกวินาศสันตะโร สิริรวมแล้วดัชนีดาวโจนส์ร่วงไป ๗๗๗.๖๘ จุด เท่ากับ ๖.๙๘% เป็นการร่วงลงในวันเดียวที่มากที่สุดของดัชนีดาวโจนส์ (นับที่จำนวนจุดของดัชนี ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์)
ตัวเลขอีกตัวที่น่าสนใจก็คือ มูลค่าตลาดหายไปในวันนี้วันเดียวเท่ากับ ๑.๒ ล้านล้านเหรียญ (มี “ล้าน” ๒ หนนะครับ)
คงจนกันไปอีกพอสมควรล่ะครับ
5 comments กันยายน 30, 2008
Sir John Templeton ตายแล้ว
คุณปู่แกเป็นนักลงทุนระดับตำนานคนนึง อาจจะไม่ดังหรือไม่รู้จักกันกว้างขวางเท่าปู่ Warren Buffett แต่ก็มีคนชื่นชมเยอะอยู่เหมือนกัน ปู่เป็นนักลงทุนอเมริกันคนแรกๆ (อย่าแปลกใจว่าเป็นอเมริกันทำไมถึงเป็น Sir) ที่ขยายการลงทุนออกต่างประเทศ
Add comment กรกฎาคม 9, 2008
นักวิเคราะห์ยอดเยี่ยมแห่งปี ๒๕๕๐
สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ประกาศผลออกมาเมื่อต้นเดือนนี้เองครับ รางวัลแบ่งเป็น ๒ สาย สายนักลงทุนสถาบัน กับนักลงทุนรายย่อย ถ้าทั้งทีม บริษัทที่ชนะในสายนักลงทุนสถาบันคือ บล.ภัทร จำกัด (มหาชน) ส่วนสายนักลงทุนรายย่อยได้แก่ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ส่วนรางวัลที่เป็นรายบุคคลดูได้ที่นี่ครับ
ใครใช้โบรกฯไหนอยู่ลองดูได้ว่า นักวิเคราะห์ในโบรกฯติดอันดับบ้างไหมเอ่ย…
Add comment มิถุนายน 12, 2008
ไปฟัง ‘มาร์ค โมเบียส’ มา
คนมาฟังกันเต็มห้อง ผมยังแปลกใจอยู่ เพราะทีแรกเห็นผู้จัดเขาทำท่าจะเน้นไปที่กลุ่มนักลงทุนรายย่อย ไม่นึกว่าจะมาฟังกันเต็มห้องเลย

สำหรับเนื้อหาที่โบเมี๊ยะห์ เฮ้ย…โมเบียส บอกวันนั้นเท่าที่สมองผุๆบวกกับความสามารถอันอ่อนด้อยด้านภาษาของผมจะจำมาได้
-ไม่กลัวเรื่องการเมือง เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดี ตอนที่ปฎิวัติครั้งล่าสุด ใครถอยก็ถอยไป โมเบียสซื้อเพิ่มครับ
-หลักการซื้อหุ้นของคุณพี่ก็คือ ก่อนซื้อต้องมีโอกาสได้ไปแวะเยี่ยมและสนทนากับผู้บริหารก่อนทุกครั้งไป ไม่มีครั้งไหนที่จะละเลย ไม่ว่าจะซื้อมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม
-หุ้นน่าสนใจตอนนี้ แน่นอนคือพลังงาน แต่กลุ่มอุปโภคบริโภคและค้าปลีกก็น่าสนใจ รวมไปถึงกลุ่มเดินเรือด้วย
อีกกลุ่มนึงที่เคน ไวท์ ผู้บริหารฟินันซ่า แนะนำก็คือ กลุ่มยานยนต์ เพราะธุรกิจนี้ของไทยแข็งแกร่งและหลายบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นแล้ว
ประมาณนี้แหละครับ นอกจากนี้หาอ่านดูจากในข่าวก็แล้วกัน เพราะเห็นมีนักข่าวมาหลายคนอยู่ ส่วนตัวผมมัวแต่ไปสนใจสาวๆเคทีซีกับโบรกเกอร์ที่มาชวนเปิดพอร์ตอยู่ เลยสติสะตังไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวครับ
เอิ๊กกกกก…
Add comment พฤษภาคม 27, 2008
Mark Mobius จะมาพูดเรื่องหุ้นไทย ๒๔ พ.ค.นี้
ว่าแต่ ใครคือ mark mobius?
พี่เขาเป็นผู้จัดการกองทุนตลาดเกิดใหม่ที่ดังมากอยู่พักนึง (เดี๋ยวนี้เงียบๆไปหน่อยแล้ว) จุดเด่นประการแรกที่เตะตาชาวบ้าน (รวมทั้งผมด้วย) คือ หัวโป๊งเหน่งของคุณพี่ แกโกนหัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เริ่มรู้จักก็เห็นแกโป๊งเหน่งยังงี้แล้ว รายละเอียดอื่นๆของคุณพี่อ่านเอาจากที่นี่นะครับ

พี่แกจะมาพูดในหัวข้อ เสวนาหุ้นไทยในมุมมองต่างชาติ งานนี้จัดวันเสาร์ที่ ๒๔ พฤษภาคมที่จะถึงนี้ สถานที่ ห้องวิวัฒนไชย อาคารไทยซัมมิท (อยู่ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ครับ) งานนี้ฟังฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
จะไปลงชื่อเข้าฟังหน้างานเลยก็ได้ แต่ถ้ากลัวเต็มหรือไม่มีที่นั่งจะโทรไปจองก่อนก็ดีครับที่ ๐-๒๖๕๒-๘๙๖๔ ต่อ ๑๓๖ หรือ ๑๔๕ หรือโทร ๐๘๕-๑๑๑-๓๗๔๔
ปล. คนจัดงานตามมาจ่ายค่าโฆษณาเสียดีๆ กระผมนาย mymoney คิดไม่แพงครับ
Add comment พฤษภาคม 12, 2008
money expo 2008 เริ่มแล้วนะครับ
ใครที่สนใจจะใช้บริการทางการเงินอะไรก็แล้วแต่ จะฝาก จะกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ ซื้อกองทุน ทำบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ซื้อประกัน ซื้อสลากออมสิน…สารพัด เชิญได้เลยครับที่เดิมนั่นแหละ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
จะดูโปรโมชั่นที่บริษัทต่างๆขนมาก็ไปดูที่นี่ก่อนได้ครับ จะได้เตรียมตัวเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนไป ไม่งั้นไปถึงเจอสาวๆ เจอพริตตี้สวยๆเข้าให้ จะพลอยลืมกันหมดว่าตูมาทำไมหว่า?
เอิ๊กกกกก…
Add comment พฤษภาคม 8, 2008
ESSO เทรดวันนี้ครับ
ชื่อเต็มๆก็คือ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ใช้ชื่อย่อว่า ESSO ราคาจองที่ ๑๐ บาทถ้วนๆ ถ้าใครสนใจจะเป็นเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันระดับอินเตอร์ฯก็ลองดูได้ครับ แต่ถ้าเอาแบบไทยๆก็อย่าลืมปตท. (PTT) นะครับ เขาอุตส่าห์บุกไปไกลถึงต่างแดน ลำบากลำบนน่าดู (ดูจากโฆษณา) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้พวกเราคนไทยทุกคน
ฮิ้วววววว…
Add comment พฤษภาคม 6, 2008
visa เข้าตลาดหุ้น (นิวยอร์ค)
ตั้งราคาขาย ipo เอาไว้ที่หุ้นละ ๔๔ เหรียญ เมื่อวันก่อนเข้าเทรดเป็นวันแรก พรวดไปปิดที่ ๕๖.๕๐ เหรียญ สิริรวมแล้วมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ ๔๕ พันล้านเหรียญ (คูณด้วย ๓๒ จะเป็นเงินบาทเท่าไหร่เนี่ย…)
มีข้อมูลที่น่าสนใจให้ดูเล่นๆก็คือ ปีที่ผ่านมามีการทำรายการผ่านผลิตภัณฑ์ของ visa (ไม่ได้มีแค่บัตรเครดิตอย่างเดียว เดบิตก็มี อย่างอื่นก็มี) รวมแล้ว ๔๔ พันล้านรายการ คิดเป็นยอดเงินรวม ๓.๒ ล้านล้านเหรียญ (ใช่ครับ มีล้านสองหน) ทำรายได้ให้ visa เท่ากับ ๕.๒ พันล้านเหรียญ สำหรับงบการเงินไตรมาสแรกปีนี้ (สิ้นสุดเดือนธันวาคม ๒๐๐๗) visa มีกำไร ๔๒๔ ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น ๗๐% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
เห็นตัวเลขแล้วกรูจะเป็นลม เอิ๊กกกกกกก…
6 comments มีนาคม 20, 2008
ผลการฟันธงหุ้นเด่นปี ๒๕๕๐ จาก ๔ นักวิเคราะห์
จากโพสต์นี้ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๐ นักวิเคราะห์ ๔ คนฟันธงเอาไว้ว่า หุ้นตัวไหนเป็นหุ้นที่เขา/เธอคิดว่าน่าจะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสำหรับปี ๒๕๕๐ ผมลงให้เห็นอีกที
กวี ชูกิจเกษม บล.พัฒนสิน->BGH MINT APRINT
กิตติ เหมนิลรัตน์ บล.กรุงศรีอยุธยา->ATC TTA
วราภรณ์ วิบูลย์คนารักษ์ บล.ซีมิโก้->KSL UMS
พงศ์พันธ์ อภิญญากุล บล.กิมเอ็ง->BBL
เอาราคาตั้งต้น ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๐ เทียบกับราคาปิดวันที่ ๒๘ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้าย ช่องถัดมาคือ จำนวนเงินปันผลที่จ่ายในปี ๒๕๕๐ (ยกเว้น ATC ที่ผมหาข้อมูลไม่ได้แล้วครับ) ถัดมาจะเป็นตัวเลขผลตอบแทนของหุ้นตัวนั้นครับ
SET Index อยู่ที่ 645.71 จุด–>858.10–>32.89%
APRINT –>11.90–>13.80–>0.80–>22.69%–>กวี ชูกิจเกษม บล.พัฒนสิน (ตอนนี้ย้ายไปเป็นรองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทยแล้วครับ)
ATC –>32.75–>65.50–>0.00–>100.00%–>กิตติ เหมนิลรัตน์ บล.กรุงศรีอยุธยา
BBL –>104–>118–>2.75–>16.11%–>พงศ์พันธ์ อภิญญากุล บล.กิมเอ็ง
BGH –>32.00–>33.50–>0.50–>6.25%–>กวี ชูกิจเกษม
KSL –>9.45–>12.90–>0.22–>38.84%–>วราภรณ์ วิบูลย์คนารักษ์ บล.ซีมิโก้
MINT –>10.80–>18.20–>0.15–>69.91%–>กวี ชูกิจเกษม
TTA –>25.00–>47.25–>1.45–>94.80%–>กิตติ เหมนิลรัตน์ บล.กรุงศรีอยุธยา
UMS –>15.10–>27.75–>1.00–>90.40%–>วราภรณ์ วิบูลย์คนารักษ์ บล.ซีมิโก้
ถ้าดูจากข้อมูลชุดนี้ คนที่โดน (แม่น) ที่สุดคือ กิตติ เหมนิลรัตน์ บล.กรุงศรีอยุธยา ครับ โดนทั้ง ATC ทั้ง TTA ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เย้…… ส่วนคนอื่นก็โดนมากโดนน้อยลดหลั่นกันไปนะครับ ยังดีที่ไม่มีใครพลาดติดลบตัวแดงให้แสลงในใจ ฮิ้ววววว…
Add comment ธันวาคม 28, 2007




