เก็บเงินกันเดือนละกี่เปอร์เซ็นต์?

ข้อควรปฎิบัติข้อแรกและเป็นข้อสำคัญที่สุดในความเห็นของผมสำหรับการก้าวไปสู่อิสรภาพทางการเงินก็คือ “ใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้” เมื่อเราทำได้อย่างนี้เราจะมีเงินเหลือเก็บทุกเดือน จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ความสามารถในการอดออมและระดับรายได้ของแต่ละคน มีน้องๆหลายคนที่รู้จักมักจะบ่นให้ฟังอยู่เสมอว่าตอนนี้ไม่มีเงินเก็บเลย ผมก็ได้ให้คำแนะนำไปว่า ไม่ยาก ได้เงินเดือนมาก็หักออกไปเลย กี่เปอร์เซ็นต์ก็ลองดู เอาเข้าแบงก์ไป คิดเสียว่าเราลืมเงินก้อนนี้ไปซะ รวมกันนานๆเข้าก็เป็นเงินก้อนใหญ่เอง ซึ่งแทบจะร้อยทั้งร้อย มันจะบ่นว่า ไม่ได้หรอกพี่ ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ก็แทบไม่พอใช้อยู่แล้ว หักออกไปอีกก็ไม่มีกินกันพอดี

ผมก็ต้องบอกพวกมันไปว่า เอาน่า 10% ไม่ได้ก็ 5% ถ้ายังไม่ได้ก็ 500 ไม่ได้อีกก็ 200 บาทก็ได้เอ้า มันก็อิดออดกันอีก โธ่ พี่ เดือนละ 200 ปีนึงได้แค่ 2400 แล้วเมื่อไหร่จะรวย (นี่มันเงินของพวกมันนะ เรามาสอนให้มันเก็บเงิน มันยังทำยังกะเราให้มันไปตาย)

ปั๊ดโธ่!!! ไอ้เด็กพวกนี้มันลืมที่คนรุ่นก่อนสอนต่อกันมาแล้วรึไงวะ มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทน่ะ คิดแต่จะ get rich quick กันอย่างเดียวเลย ใจร้อน รอไม่ได้ ทำวันนี้กูจะเอาผลกันวันนี้เลย ก็เลยไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหวยมันถึงได้เฟื่องฟูทั่วประเทศกันอย่างนี้ ก็มันหวังจะรวยเร็วแบบสบายๆที่ไม่ต้องทำงานกันนี่เอง ถ้ามันเล่นหุ้นก็จะเอาประเภทซื้อเช้าวันนี้แล้วกำไรขายได้บ่ายนี้เลย มันถึงได้เสร็จพวกปั่นหุ้นหุ้นปั่นกันหมด

ขอแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่มีเงินเก็บ หรือคนที่ติดหนี้บัตรเครดิต บัตรเงินสดทั้งหลายทั้งปวง พยายามใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้ครับ เพิ่มสัดส่วนเงินเก็บของคุณมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งความสำเร็จจะเป็นของเรา

ป.ล.ผมก็ยังไม่ถึงจุดนั้นนะครับ เพียงแต่เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วและกำลังเดินไปทีละก้าวอย่างอดทน

powered by performancing firefox

11 thoughts on “เก็บเงินกันเดือนละกี่เปอร์เซ็นต์?

  1. ครับ กำลังเริ่มเดินไปเหมือนกัน ชอบ blog นี้จริงๆ

    ผมพึ่งทำงานปีนี้ปีที่ 3 ครับ เงินเก็บก็เลยยังไม่ค่อยเยอะ(เก็บอยู่ราวๆ 50% ของเงินเดือน)

  2. Thanks for your advice. I’ll try to save some money.

  3. ขอบคุณคุณ house ครับ

    เก็บ 50% ของเงินเดือนนี่ต้องเรียกว่าไม่ธรรมดาแล้วนะครับ

  4. แหะๆกำลังแข่งเก็บเงินกับเพื่อนครับ ว่าใครจะพ้นวัฏจักรหนูถีบจักรก่อน มีคนให้เปรียบเทียบด้วยแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ

    นิสัยผมไม่ชอบเที่ยวอยู่แล้ว รายจ่ายเลยไม่เยอะ หักค่ากินอยู่ + หนังสือ ที่เหลือก็โอนเข้าพอร์ตไปลงทุนได้หมด ปีนี้ราวๆ 17% ครับ น่าพอใจเมื่อเทียบกับภาวะตลาด

    อีก 15 ปีเกษียณได้นี่ผมก็ happy มากแล้ว ^^

  5. คุณ house :

    มีเป้าหมายอย่างนี้ ขออวยพรให้สำเร็จสมความตั้งใจครับ

  6. ปกติใช้น้อยกว่าที่หาได้อยู่แล้ว เป็นแบบนี้ตั้งแต่ตอนยังหาตังค์ใช้เองไม่ได้ เวลาแม่ให้มา จะไม่ใช้จนหมด เก็บเอาไว้เวลาอยากได้อะไรที่ไม่กล้าขอให้แม่ซื้อให้ ต้องมีเงินเหลืออยู่ถึงจะรู้สึกปลอดภัย สบายใจ

    เคยอ่านคอลัมน์ที่คุณซูมเขียนในไทยรัฐ ช่วงฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว เขาเคยเขียนแนะนำคนชอบฟุตบอลว่า ให้เก็บเงินทุกวัน วันละน้อยๆ (จำตัวเลขไม่ได้) แต่เก็บทุกวัน พอถึงฟุตบอลโลกครั้งถัดไป (4 ปี) ก็จะมีเงินเก็บพอซื้อตั๋วเครื่องบินไปดูเขาแข่งจริงๆ ที่สนาม ปรากฏว่ามีคนเขียนจดหมายมาอกว่าทำตามที่แนะนำ แล้วก็เก็บเงินได้เยอะพอไปดูฟุตบอลโลกได้จริง (จำตัวเลขไม่ได้อีกแล้ว แต่เหมือนจะหลายหมื่น) แต่เขาไม่ได้ไปดูหรอกนะ เพราะเห็นตัวเลขแล้วก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา กลายเป็นว่าอยากออมต่อไปเรื่อยๆ เลยได้นิสัยการออมมาแทนการไปดูบอลโลก

    คนที่จะเริ่มหัดออมเงิน อาจจะปรับไปใช้ได้ ตั้งโกล์ไว้เป็นระยะ พอถึงโกล์ ก็ให้รางวัลตัวเองนิดหน่อย (ท่องเที่ยว หรือของเล่นอิเล็กทรอนิก หรืออะไรที่ตัวเองชอบ) เช่น ออมให้ได้ ๒ หมื่น แล้วแบ่ง ๑ หมื่นไปเที่ยวพักผ่อน (หรือซื้อของที่อยากได้) แต่ต้องอย่าเผลอเรอแบบ เก็บครบ ๒ หมื่น ไปเที่ยวต่างประเทศ ๕ หมื่น อันนี้ใช้ไม่ได้ฮ่ะ🙂

    ปล. ขอโทษนะคะ คอมเมนต์ซะยาวเลย แนะนำตัวหน่อยว่าผ่านมาเจอบล็อกนี้ เพราะมีคนไปโพสต์เรื่อง “เจ็บคอ-มะเร็งอัณฑะ” ไว้ที่พันทิปอ่ะค่ะ

  7. promotion ช่วงนี้ก็ต้อง 0% สิครับ

    เฮ้ยๆๆ นี่มันเงินเก็บน้า ไม่ใช่ส่วนลด!!!!

    ฮือๆๆ ทุกวันนี้ผลัดวันประกันพรุ่งว่า ขอผ่อนคอมหมดก่อน แล้วจะหักเก็บ สักกุมภาปีหน้าอ้ะครับ

  8. คุณ nitbert

    ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ครับ จะยาวจะสั้นไม่เป็นปัญหา ดูจากเนื้อความแล้ว คุณ nitbert น่าจะมีไอเดียดีๆเรื่อง personal finance ไม่น้อยนะครับ ถ้าว่างก็ขอรบกวนมาแบ่งปันความรู้กันบ้างนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

  9. งั้นผมเริ่มวันนี้นะ

  10. ขอบคุณสำหรับบทความครับ น่าสนใจมากเลยครับ

  11. เรียนจบเมื่อต้นปีค้ะ เมื่อก่อนใช้เงินเก่งค่ะ แม่ให้เท่าไรใช้หมด ชอบหารายได้พิเศษค่ะ ทำงานได้เงินมาก็ใช้หมด แต่ตอนนี้เริ่มรู้แล้วเพราะทำงานหากินเอง จ่ายค่าหอ ค่ากินเอง ทำให้ต้องประหยัดมากขึ้น รู้ซึ้งเลยค่ะตอนนี้ว่าเงินมันหายาก ตอนนี้ทำงานได้แปดเดือนแล้ว ยังเก็บเงินไม่ได้ แต่ก็มีความหวังไว้ลึกๆ ว่า จะเก็บเงินให้ได้ ตอนนี้ก็เลยเริ่มโดยการหยอดกระปุกค่ะแบบไม่มีรู หยอดมาเดือนกว่าแล้วก็คงจะเก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉินเวลาไม่มีก็จะได้ยืมออกมาใช้นะค่ะไม่อยากไปยืมแม่หรือคนอื่นรู้สึกอายนะค่ะเราโตแล้ว มันเป็นการยากที่จะทำแต่ตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าทำงานแล้วจะไม่ย้อมไม่เหลืออะไรเด็จขาด หลังจากนั้นถ้าได้งานที่มั่นคงจะเริ่มฝากประจำกับธนาคาร เดือนละไม่ต้องมากสัก 10-15% ของเงินเดือนก็พอ สำหรับช่วงนี้เอาแค่นี้ก่อน ตอนนี้มีหนี้อยู่ก้อนหนึ่ง คือ คอม แต่ก็คิดแล้วว่ามันคุ้มสำหรับค้นหาความรู้ต่างๆ ก็ยอมนะค่ะ ชอบอ่านวิธีการเก็บเง็นค่ะ มันช่วยสร้างแรงจูงใจให้อยากเก็บเงินมากขึ้น ดีมากๆ เลยค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s