วันนี้พนักงานแบงก์ขายสินเชื่อส่วนบุคคลให้คุณหรือยัง?

ไปจ่ายเงินค่าบัตรเครดิตที่แบงก์ 100 ปี พนักงานรับเงินไปเสร็จเงยหน้ามาถาม อันนี้บัตรของพี่เองเหรอคะ? ใช่ครับ (ในใจคิดว่า ก็ของกูน่ะสิ นึกว่ากูขโมยใครมาหรือไง) พี่มีบัตรสินเชื่อส่วนบุคคลหรือยังคะ (ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบปฎิเสธ น้องเธอชิงพูดต่อออกมาก่อน) อันนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ ไม่มีค่าธรรมเนียม ถ้าพี่ไม่กดเงินก็ไม่ต้องเสียเงินทั้งนั้นค่ะ อ๋อ ไม่เอาครับ ไม่มีค่าธรรมเนียมเลยนะคะ ถ้าไม่กดเงินก็ไม่เสียอะไรเลยค่ะ (พูดหนเดียวกูก็รู้เรื่องแล้ว ฟังภาษาไทยออก) ติดกระเป๋าเผื่อเอาไว้เวลามีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสะดวกดีนะคะ แล้วเธอก็ใช้มุขเด็ด พี่ช่วยหนูหน่อยนะ หนูยังทำไม่ได้ตามเป้าเลย ช่วยหนูซักใบนะ

หึ มาอีกแล้วมุขนี้ งวดที่แล้วกูก็โดนมุขอย่างนี้แหละจากสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด พอกันที สุดท้าย ต้องบอกว่า ไม่เอาครับ ผมไม่ชอบเป็นหนี้

จริงๆแล้วก็เห็นใจนะ เพราะนโยบายของธนาคารสมัยใหม่เดี๋ยวนี้เน้น universal banking แปลเป็นไทยตามประสาเด็กบ้านนอกได้ว่า ธนาคารครอบจักรวาล คือ อะไรที่ทำได้ กูทำหมด เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้เลยเห็นพนักงานแบงก์ต้องมานั่งขายบัตรเครดิต ขายสินเชื่อส่วนบุคคล ซ้ำร้าย ยังต้องไปขายประกันอีก แล้วไอ้แบงก์นี้นะรู้สึกจะโหดไม่ใช่เล่น มีตั้งเป้ายอดขายบริการพวกนี้เอาไว้ด้วย เคยมีข่าวพนักงานเครียดถึงกับลาออกกันเลยก็มี จากเมื่อก่อนเป็นพนักงานแบงก์แล้วรู้สึกมั่นคง เดี๋ยวนี้กลายเป็นเหมือนเซลส์ประกันไปเลย

powered by performancing firefox

6 thoughts on “วันนี้พนักงานแบงก์ขายสินเชื่อส่วนบุคคลให้คุณหรือยัง?

  1. ใครมาบอก “พี่ช่วยหนูหน่อย” นี่ผมอยากถามจริงๆ เลยว่า
    แล้วเราเป็นอะไรกันเหรอถึงต้องช่วยอะ
    มันคือเรื่องธุรกิจนะครับ ไม่ใช่ส่วนตัว
    ของคุณไม่น่าซื้ออะ ผมไม่อยากได้อะ
    แ้ล้วจะมาอ้างเรื่องช่วยหนูหน่อยอะไรเนี่ยผมว่าไร้สาระสิ้นดี อีคิวต่ำสิ้นดีอะครับ
    ผมว่าพนักงานที่พูดแบบนี้ออกมาเนี่ย
    ไม่มีเซนส์ของการทำงานเลยให้ตาย
    แทนที่จะน่าสงสารหรือน่าช่วยเหลือ
    ผมว่าน่าเศร้าใจมากกว่าที่ประสิทธิภาพต่ำจนต้องอ้อนวอนกันปานนี้

  2. นั่นสิครับ กลายเป็นการขายของด้วยความสงสาร ไม่ได้ขายโปรดักท์ซะงั้น เฮ้อ…

  3. Only “No”, she should understand.

  4. เคยจะสมัครบัตรเครดิต เพราะความสงสารนี่แหละ แต่พอดีเอกสารไม่ครบ เซลล์เขาก็เลยโทรมาทวงทุกอาทิตย์ๆ ปรากฏว่าพอคุยแบบไม่เห็นหน้ากัน ผมก็ไม่สงสารแล้วอ่ะ สุดท้ายก็เลยไม่ได้สมัคร สบายไป

  5. โดนแต่ประกันชีวิตอ้ะคับ
    โดนไป 2 แห่ง ยกเลิกไปอันนึง อันที่ยกเลิกไป ทำก็เพราะใจอ่อนเพราะคิดว่าทำไปไม่เสียหลาย หลงลม ทำไปได้ 3 เดือนยกเลิกดีกว่า ไม่ได้อะไรซักกะติ๊ด

    มาทำแบบจ่ายไม่กี่ปีแล้วคุ้มครองไปตลอดชีวิต กับ แบบประกันแบบเงินออม 2 อันพอละ

    พี่ว่าดีมั๊ยอ้ะ? ทำประกันแบบเงินออม เพราะถ้าเก็บเองปกติ คงเก็บไม่ได้แน่ๆอ้ะคับ แหะๆ

  6. คุณ gooogolf,

    ต้องบอกก่อนว่าผมเองไม่ค่อยใยดีกับเรื่องการประกันเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่ามันไม่ค่อยคุ้มน่ะครับ (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับ) ในกรณีของคุณ gooogolf อันที่เป็นแบบจ่ายไม่กี่ปีแล้วคุ้มครองตลอดชีวิต คงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะจ่ายเงินไปแล้วก็ก้มหน้าก้มตาจ่ายไป

    ส่วนอันหลังที่เป็นแบบออมเงิน ไอ้อันนี้แหละที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะผมคิดว่าถ้าจะทำประกันนะ มันมีประกันที่เป็นแบบประกันจริงๆ จ่ายเงินกันเป็นปีๆจบแล้วจบกัน เหมือนประกันรถ ซึ่งอันนี้ค่าเบี้ยจะถูกกว่าแบบออมเงิน ส่วนถ้าจะออมเงินก็เอาเงินมาลงทุน ถ้าเล่นหุ้นไม่เป็นก็ซื้อกองทุนก็ได้ ไม่อยากเสี่ยงกับหุ้นก็มีกองทุนพันธบัตร ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ สารพัด ซึ่งผมว่าน่าจะได้ผลตอบแทนรวมแล้วมากกว่าซื้อประกันแบบออมเงิน

    สำหรับปัญหาเรื่องเก็บเงินไม่ได้ อันนี้บอกได้อย่างเดียวว่า มันอยู่ที่ใจครับ เงินเดือนออกหักเข้าบัญชีไปเลย ลืมไปเลย ไม่ต้องคิดถึง ทำลืมๆไม่กี่ปีก็งอกเงยชนิดแปลกใจเลยเชียวล่ะ

    ขอให้โชคดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s