ความคืบหน้าล่าสุดของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

จริงๆผมไม่ได้มีความหวังกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เพราะพูดกันมาสิบกว่าปีแล้ว แต่เนื่องจากเมื่อวานคณะรัฐมนตรีเพิ่งเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝากก็เลยพูดถึงเป็นการอัพเดทเสียหน่อยแล้วกัน

กระบวนการต่อไปก็คือส่งเรื่องต่อไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ถ้าผ่านก็คงจะมีผลบังคับใช้กันต่อไปนะครับ

สำหรับคนที่สงสัยว่า สถาบันคุ้มครองเงินฝากคืออะไร? ผมจะพยายามอธิบายตามความรู้งูๆปลาๆที่มีนะครับ ถ้าผิด รบกวนคนที่รู้จริงมาช่วยอีกทีละกัน

ทุกวันนี้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราฝากสถาบันการเงินเอาไว้นี่ได้รับการคุ้มครอง 100% โดยรัฐบาลนะครับ หมายความว่ายังไง หมายความว่าถ้าเกิดวันไหนสถาบันการเงินเกิดเจ๊งไป คนที่ฝากเงินในสถาบันการเงินแห่งนั้นจะได้รับเงินคืนทุกบาททุกสตางค์ ไม่ขาดตกบกพร่อง (คนที่เคยฝากเงินในแบงก์ BBC คงพอนึกออก) ฟังดูก็ดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ? แต่กลายเป็นว่ากฎเกณฑ์นี้กลับทำให้คนฝากเงินไม่ระมัดระวังตัว เพราะรู้ว่ายังไงเงินก็ไม่หายก็เลยเลือกธนาคารโดยดูที่อัตราดอกเบี้ยสูงๆอย่างเดียว ไม่ได้ดูเลยว่าธนาคารแห่งนั้นมีความมั่นคงหรือน่าเชื่อถือแค่ไหน

ส่วนธนาคารเองก็รู้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลก็ช่วยรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ได้ระมัดระวังความเสี่ยงของตัวเองเท่าไหร่นัก ปล่อยสินเชื่อมั่วซั่วไปก็มีไม่น้อย ก็เลยกลายเป็นว่าระบบธนาคารของประเทศก็ไม่ได้ก้าวหน้าไปอย่างที่ควรจะเป็น (ทั้งหมดนี่เขาว่ามานะครับ ผมจำขี้ปากเขามาอีกที)

ก็เลยกลายเป็นแนวคิด (สากล) ว่า ถ้าอย่างนั้นเราออกกฎเกณฑ์มาดีกว่าว่า รัฐบาลจะคุ้มครองเงินฝากในธนาคารให้จำนวนหนึ่ง ส่วนที่เกินจากนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฝากเงินต้องป้องกันตัวเอาเอง คิดกันไปคิดกันมาหัวแทบแตก สรุปได้ว่า รัฐบาลจะคุ้มครองให้ผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินละ 1 ล้านบาท ไม่ว่าจะมีกี่บัญชีในสถาบันการเงินแห่งนั้นก็ตาม

สมมุติว่า คุณสมศักดิ์มีบัญชีอยู่ในแบงก์หอยทาก 10 บัญชี รวมกันแล้วเป็นเงิน 50 ล้านบาท ถ้าแบงก์หอยทากเกิดเจ๊งไปคุณสมศักดิ์จะได้เงินคืนในส่วนของที่คุ้มครองเอาไว้ 1 ล้านบาทเท่านั้น

แต่ถ้าคุณสมศักดิ์ฝากเงินเอาไว้ 4 แสนบาท ถ้าแบงก์หอยทากเจ๊ง ก็ได้แค่ 4 แสนบาทเท่าที่มีนะครับ ไม่ใช่ได้คืนไปล้านนึง (อย่าโลภ)

แต่ว่ายังไม่ต้องตกใจครับ ถึงจะผ่านออกมาใช้จริงก็ยังมีเวลาให้เราๆท่านๆและสถาบันการเงินทั้งหลายได้ปรับตัวกันหลายปีอยู่ ปีแรกที่ใช้จริงก็จะยังคุ้มครองเต็มจำนวน ปีที่สองลดเหลือ 100 ล้านบาท (ครับ อ่านไม่ผิด -หนึ่งร้อยล้านบาท-) ปีที่สามเหลือ 50 ล้านบาท ปีที่สี่เหลือ 20 ล้านบาท ปีที่ห้า 10 ล้านบาท ปีต่อไปถึงจะเป็น 1 ล้านบาทตามเป้าหมาย

(สำหรับผมสบายมาก ลดลงมาอีกยังไม่สะเทือน เพราะมีไม่ถึง ฮิ้วววววว…)

ทีนี้คนที่มีเงินเยอะๆจะทำยังไงดีล่ะครับ?

แนะนำข้อแรกคือ แยกเงินออกฝากหลายๆสถาบันการเงิน ได้ที่ละล้าน สิบที่ก็สิบล้าน เกินกว่านี้พี่คงมีความรู้มากกว่าผมแล้วล่ะครับว่าจะทำยังไง

ข้อสอง แบ่งเงินไปลงทุนเสียบ้าง อย่าฝากกินดอกอย่างเดียว เดี๋ยวนี้เขามีทางเลือกตั้งมากมาย ซื้อพันธบัตรรัฐบาลบ้าง ซื้อกองทุนก็ได้ มีให้เลือกตั้งหลายแบบ ซื้อหุ้นเสียบ้างก็ได้ หรือจะซื้อทองเก็บเอาไว้ก็แล้วแต่ชอบนะครับ ลองติดต่อที่ปรึกษาทางการเงินสักที่นะครับ มีเงินขนาดนี้เขายินดีคุยกับพี่อยู่แล้ว

คิดไม่ออกแล้วครับ อ้อ..เอามาให้ผมยืมบ้างก็ได้นะครับพี่

11 thoughts on “ความคืบหน้าล่าสุดของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

  1. ทีแรกที่เข้าใจก็เหมือนกับที่คุณ mymoney อธิบาย คือถ้ารัฐรับประกัน 1 ล้าน ก็คือสถาบันละ 1 ล้าน ถ้ามีเงินเยอะๆ ต้องกระจายไปฝากหลายๆ สถาบัน

    แต่… เมื่อคืนฟังรายการข่าวข้นคนข่าว (ช่อง 9 หนะค่ะ) เขากลับพูดว่า รับประกัน 1 ล้าน คือ รวมกันทุกสถาบัน 1 ล้าน สรุปว่าไม่ต้องกระจายไปไหนแล้ว เพราะยังไงก็ได้แค่ 1 ล้าน

    ตกลงว่าไงกันคะเนี่ย? คุณ mymoeny ต้องรีบหาคำตอบให้ด่วนนะคะ เพราะเกิดอีก 5 ปีข้างหน้า nitbert มีเงินหลายๆ ล้านขึ้นมา จะเครียดหนักเลยค่ะ (เอิ๊กๆๆๆ)

    อ้อ… นึกได้อีกทางหนึ่ง ถ้ามีเงินเยอะกว่าที่เขารับประกัน ก็ให้กระจายออกไปเป็นคนใกล้ชิด เช่น ผบทบ. ผบสส. คนขับรถ หรือแม่บ้าน🙂 แต่กระจายให้คนอื่นปลอดภัยตรงที่รัฐรับประกัน แต่มีความเสี่ยงจะโดนฮุบได้ ต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้หน่อยนะคะ (อืมม์ เรื่องแบบนี้เป็นทุกข์ของคนรวยจริงๆ นะคะ คนจนเอาเวลาไปกลุ้มเรื่องอื่นดีกว่า)

  2. ประกันเงิน 1 ล้านบาทนี่น้อยไปหน่อย น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาท เป็นการลดความเสี่ยงสำหรับคนที่เก็บออมมา ซึ่งผมเชื่อว่า คุณ mymoney คุณ nibert รวมทั้งตัวผมเอง และอีกหลายๆคนที่เป็นคนธรรมดา แต่รู้จักที่จะเก็บออมมาเรื่อยๆ เราน่าจะไปถึงจุดนั้นแน่

    ผมได้ยินแบบเดียวกันที่คุณ nibert ว่าไว้ หนึ่งล้านต่อคน วันนี้ลองหาเอกสารแล้วยังไม่เจอ เดี๋ยวคงมีประกาศเป็นทางการแล้วค่อยมาดูกันอีกที

  3. ผมลองหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วครับ ยังหาที่ชัวร์ๆไม่ได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าขอติดไว้ก่อน ถ้าได้ข้อมูลที่มั่นใจเมื่อไหร่จะรีบเอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ

  4. เมื่อวานอ่าน นสพ. เห็นเขาเขียนไว้ประมาณว่าคุ้มครอง “แต่ละสถาบันทุกบัญชีรวมกัน 1 ล้านบาท” ซึ่งอ่านแล้วน่าจะหมายความแบบที่คุณ mymoney บอก (โดยเอาไว้ป้องกัน คนเปิดหลายๆ บัญชีในสถาบันเดียวกัน) แต่ที่อ่านเป็นข่าวนะคำ ไม่แน่ใจว่าในพรบ.จริงๆ word by word เขียนว่าไง

  5. มันน่าเบื่อตรงที่ว่า ทำไมเรื่องแบบนี้ไม่ยักเขียนหรือว่าแถลงออกมาให้ละเอียด ต้องให้คนฟังเกิดข้อกังขา ต้องตีความกันอีก จะกั๊กข้อมูลกันเอาไว้ทำไมไม่ทราบ

    ถ้าเป็นข่าวจาก “ผู้จัดการ” ก็อันนี้ครับ
    http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9500000101246

  6. ได้อ่านข้อความแบบใน “ผู้จัดการ” ที่คุณ mymoney ทำลิงก์มาให้นี่แหละค่ะ แต่อ่านจากไทยรัฐค่ะ (แบบว่า อ่านแต่หนังสือพิมพ์ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยอ่ะค่ะ ฉบับอื่นไม่ได้อ่าน🙂 )

  7. 555 ทำไปทำมาพวกเน้นสินทรัพย์เสี่ยงแบบผม เลยไม่ค่อยมีผลกระทบ

    ตอนนี้ 80% อยู่ในหุ้น นอกนั้นเป็นเงินฝาก(ซึ่งกะว่าจะย้ายเข้ากองทุนตลาดเงิน) ถ้ามีเยอะอีกหน่อยก็เข้ากองตราสารหนี้ไปซะ

    ตลอดชีวิต ผมคงมีเงินฝากธนาคารไม่เกินล้าน😀

  8. คุณ house ครับ ของผมก็คงไม่เกินล้านเหมือนกัน แต่ของผบ.ทบ.ผมนี่สิครับ โดนไปด้วย…

  9. เพิ่งรู้เรื่องนี้ ขอบคุณๆ
    แต่ยังไม่กระทบเพราะมีเงินไม่ถึง
    เดี๋ยวเอาไปบอกคนที่น่าจะมีเงินถึงแต่ไม่น่าจะทราบข่าวดีกว่า

  10. คุณ cotton ครับ จริงๆยังไม่ต้องรีบก็ได้ครับ รอให้เขาออกมาแน่นอนก่อนค่อยไปบอกก็ยังไม่สาย เพราะไปบอกตอนนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดอยู่ดี พี่เขายังกั๊กกันอยู่

  11. มีข้อมูลล่าสุดนะครับ อ้างอิงจากบทความในนสพ.ผู้จัดการ วันที่ 6 กันยายน หน้า 22 คอลัมน์ คุยกับผู้จัดการกองทุน โดยดร.ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส บลจ.อยุธยา เขียนบอกไว้ว่า

    “…พ.ร.บ.นี้จะคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคนต่อสถาบันการเงิน ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มีเงินฝาก 10 ล้านบาท สามารถแตกเป็นบัญชีละ 1 ล้านบาท แล้วแบ่งฝากในสถาบันการเงิน 10 แห่ง เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองได้…”

    ถ้าอ่านตามนี้ ก็น่าจะหมายความว่า เราสามารถแยกบัญชีเงินฝากไว้ตามแบงก์ต่างๆได้นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s