หนี้สินคนกรุงเทพฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเขาทำผลวิจัยออกมาได้น่าสนใจครับ เขาบอกว่า…

จากการสำรวจครัวเรือนในกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างพบว่า หนี้สินส่วนใหญ่ของครัวเรือนในกรุงเทพฯจะเป็นหนี้สินจากการใช้บัตรเครดิต รองลงมาคือ การผ่อนชำระค่าบ้าน และรถยนต์หรือจักรยานยนต์ แต่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเล็กน้อย ก็คือถ้าพิจารณาตามระดับรายได้ของครัวเรือนจะพบว่าในกลุ่มตัวอย่างครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาทจะมีภาระหนี้จากบัตรเครดิตถึงร้อยละ 52.6 มีภาระหนี้นอกระบบร้อยละ 21.1 ภาระการผ่อนรถจักรยานยนต์ร้อยละ 15.8 ผ่อนบ้านร้อยละ 5.3 และหนี้อื่นๆร้อยละ 5.3

ส่วนครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่าเดือนละ 15,000 บาทจะมีภาระหนี้จากบัตรเครดิตร้อยละ 40.0 รองลงมาเป็นภาระหนี้ในการผ่อนบ้านร้อยละ 28.0 การผ่อนรถยนต์ร้อยละ 24.0 การผ่อนรถจักรยานยนต์ร้อยละ 4.0 และหนี้อื่นๆร้อยละ 4.0 โดยที่ไม่มีปัญหาหนี้นอกระบบ

สาเหตุของการเกิดหนี้สินของครัวเรือนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพฯอันดับหนึ่งคือ รายได้ไม่เพียงพอร้อยละ 37.2 เนื่องจากสาเหตุหลักคือ ค่าครองชีพและมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของตัวเอง/ลูก ส่วนอันดับรองลงมาคือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภค โดยเฉพาะรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ซื้อที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือ มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เนื่องจากต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลตนเอง หรือผู้ที่อยู่ในความดูแลไม่ว่าจะเป็นลูก พ่อแม่และคู่สมรส รวมทั้งยังมีหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

สำหรับภาระการผ่อนหนี้สินนั้น จากการสำรวจพบว่าครัวเรือนในกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างมีภาระการผ่อนหนี้สินเฉลี่ย 9,528.38 บาทต่อเดือน และเสียอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 8.05 ต่อเดือน รวมทั้งคาดว่ายังต้องมีภาระในการผ่อนหนี้สินไปอีก 5 ปี โดยกลุ่มตัวอย่างครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนนั้นมีภาระการผ่อนหนี้สินเฉลี่ย 4,458.05 บาทต่อเดือน และเสียอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 8.95 ส่วนกลุ่มตัวอย่างครัวเรือนที่มีรายได้สูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือนนั้นแยกภาระการผ่อนหนี้สินและอัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระดังนี้ กลุ่มตัวอย่างครัวเรือนที่มีรายได้ 15,00-30,000 บาทต่อเดือนมีภาระการผ่อนหนี้สินเฉลี่ย 10,543.27 บาทต่อเดือน และเสียอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 5.8 กลุ่มตัวอย่างครัวเรื อนที่มีรายได้ 30,00-50,000 บาทต่อเดือนมีภาระการผ่อนหนี้สินเฉลี่ย 15,881.82 บาทต่อเดือน และเสียอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 5.4 และ กลุ่มตัวอย่างครัวเรือนที่มีรายได้ 50,00-100,000 บาทต่อเดือนมีภาระการผ่อนหนี้สินเฉลี่ย 20,000 บาทต่อเดือน และเสียอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 4.2

ใครอยู่กลุ่มไหนก็ลองสำรวจดูนะครับ ส่วนใครไม่มีหนี้สินเลยก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ฮิ้วววว…

Advertisements

9 thoughts on “หนี้สินคนกรุงเทพฯ

  1. อืม เราก็คิดเหมือนกันว่า การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ
    แต่ที่อเมริกาคิดกลับกันเลย
    ไม่มีหนี ไม่เครดิต กลับเป็นเรื่องไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก
    การใช้เงินสด กลับเป็นเรื่องที่ลำบาก
    เช่น จ่ายค่ามือถือ ถ้าจ่ายผ่านบัตรเครดิต ไม่เสียค่าธรรมเนียม
    แต่ถ้าถือเงินสดไปจ่ายที่เคาร์เตอร์ คืดเพิ่มอีก 3 เหรียญ เป็นต้น
    เป็นเรื่องขำปนขื่นสำหรับเรามากเลย ถามใครก็ให้คำตอบไม่ได้
    ว่า ไอ่ 3 เหรียญเนี่ย มันค่าอะไรกัน
    หรือ ค่าที่เราไม่ยอมเป็นหนี้ เหอๆๆ

  2. อ้าว…ไหงเป็นงั้น? สงสัยเป็นค่าจ้างพนักงานที่ต้องมาทำรายการให้เราแน่เลย เอิ๊กกกก…

  3. อย่าไปเชื่อ บักหำวีระ ธีรภัทร ให้มากนักเลย

    ยังจำได้ สมัย ปชป.ครองเมือง ปี 2541-43 บ้านเมืองบรรลัยวายวอด ต้องปากกัดตีนถีบ ค้าขายไม่มีการรับเช็ค “เงินสดๆ เท่านั้น”

    ก็มีแต่ “บัตรเครดิต” นี่แหละ เป็นที่พึ่งของผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย

    หรือแม้แต่ระดับกลางก็เุถอะ ต้องพึ่งพาการหมุนเงินจากบัตรเครดิตนี่

    ถูไถมาจนตลอดรอดฝั่ง ไอ้พวกแบงค์ (อย่างไอ้กสิเกือกไทยเป็นต้น) มันไม่เคยแยแส ที่จะปล่อยกู้เพิ่ม เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับ ใครหน้าไหนเลย

    มันรักตัวกลัวตาย หัวหดอยู่แต่ในกระดอง

    พอผู้ประกอบการ ลืมตาอ้าปากได้ มันก็มาเกาะกินเหมือนแมงดา ดังเดิม นี่แหละ สันดาน แบงค์ล่ะ

  4. ลืม สรุป…

    สรุปว่า บัตรเครดิต มีคุณมากกว่าโทษ ไม่อย่างนั้นเขาไม่ใช่กันทั่วโลกหรอก หรือว่า มันเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

  5. มีหนี้เยอะเลยครับ ทั้งบ้านและรถ
    ฮิ้วๆๆ เครดิตดี มีคนให้กู้

    แต่ไม่มีหนี้บัตรนะ
    บัตรเบ่งกินฟรีก่อน จ่ายทีหลัง
    มีไว้ ๑ ใบไว้ประทังชีวิต ก็พอแล้วครับ

  6. คุณ killerpress ครับ บัตรเครดิตมันก็เป็นแค่เครื่องมือนะครับ ถ้าใช้เป็นมันก็มีประโยชน์ ถ้าใช้ไม่เป็นก็เป็นโทษครับ

    คุณ dcopywriter ครับ หนี้จากการซื้อบ้านซื้อรถนี่ถือเป็นเรื่องปกติของคนวัยทำงานไปแล้วครับ

  7. ถ้าวางแผนการใช้บัตรให้ดีๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ

    ยืมเงินใรอนาคตมาใช้ก่อน แต่ต้องแน่ใจว่าจะมีจ่ายหนี้

  8. นั่นสิครับ ยิ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ต้องมั่นใจแบบสุดๆด้วย

  9. Pingback: อันว่า … การไม่มี เครดิต(การ์ด)เป็นลาภอันประเสริฐ!? « Let’s talk about the Culture . . . . . Gap!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s