มาอีกแล้วครับโคตรอภิมหาธนบัตร จากซิมบับเวเจ้าเก่า ประเทศที่เงินเฟ้อตอนนี้ทำสถิติปาเข้าไป ๒.๒ ล้านเปอร์เซ็นต์ (สาบานได้ว่าอ่านไม่ผิด เพราะผมเองพิมพ์แล้วต้องเช็คซ้ำอีก) ทางแบงก์ชาติที่โน่นคงไม่รู้จะแก้ปัญหากันยังไงแล้ว ออกธนบัตรไล่มูลค่ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ ๑๐ ล้าน ๕๐ ล้าน ๑๐๐ ล้าน ๒๕๐ ล้านก็ยังเอาไม่อยู่ ก่อนหน้านี้ก็มาถึง ๕ หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว ยังไม่ไหว ก็เนี่ยแหละครับ ๑ แสนล้านดอลลาร์กันไปเลย มีใบเดียวรวยเละ เริ่มออกใช้จริงวันจันทร์นี้แหละครับ
ป.ล. ผมยังไม่อยากเห็นแบงก์ ๑ ล้านบาทนะครับ อย่าว่าแต่ ๑ แสนล้านบาทเลย สาธุ…
กรกฎาคม 20, 2008
นั่งทำงานอยู่ เมื่อกี้นี้เองมี sms ยิงมาเข้าเครื่อง ไอ้กระผมก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ เพราะนึกว่าเป็น sms ขายของขายดาวน์โหลดริงโทนทั่วไป กระผมกำลังสนใจ “๖ มาตรการ ๖ เดือนฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน” ที่ท่านนายกฯท่านประกาศออกมาเมื่อวานมากกว่า แต่พอกดไปดูก็ต้องหัวใจพองโต sms อันนี้ทำให้ดีใจยิ่งกว่าไอ้ ๖ มาตรการที่ว่าอีกวุ้ย
ก็ sms จากกรมถอนขนห่านน่ะสิครับ บอกว่า ได้ส่งเช็คคืนเงินภาษีให้ท่านแล้ว แหม…ชื่นใจเป็นที่สุด นั่งนับนิ้วมือนิ้วเท้าดูแล้ว ใช้เวลาแค่ ๑๐๙ วันเท่านั้นเอง (แต่ขอให้ได้เช็คอยู่ในมือก่อนนะ ต้องกลับไปดูที่บ้านก่อน)
ฮิ้ววววว…รักกัน รักกัน
กรกฎาคม 16, 2008
จากปัจจัยลบทั้งหลายทั้งปวง ทั้งราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ปัญหาอิหร่าน ค่าเงินบาทอ่อนค่า ฯลฯ สารพัดจะประดังเข้ามา ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปทำสถิติ โดยราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่บาทละ ๑๕,๖๕๐ บาทแถมนายกสมาคมผู้ค้าทองคำยังบอกอีกว่า ถ้าอะไรๆไม่ดีขึ้นอาจได้เห็นทองบาทละ ๑๖,๐๐๐ บาท
เอาเข้าไป เปลี่ยนจากซื้อหุ้นมาซื้อทองดีมั๊ยเนี่ย?
กรกฎาคม 14, 2008
แบงก์ชาติให้ข้อมูลว่า ยอดการใช้บัตรเอทีเอ็มในปี ๒๕๕๐ อยู่ที่ ๕๗๑.๓ ล้านรายการ (โอ้โห!!!) แต่อย่านึกว่าเยอะนะครับ เพราะว่าลดลงมาจากปี ๒๕๔๙ ถึง ๙.๗% เพราะปีนั้นมียอดการใช้ ๖๓๒.๗ ล้านรายการ แล้วถ้าเจาะลงไปในเรื่องประเภทการใช้งานจะพบว่า การใช้บัตรเอทีเอ็มเพื่อเบิกถอนเงินสดลดลง ๑๔.๕% (ถ้าให้เดา คงเป็นเพราะแบงก์คิดเงินการใช้เอทีเอ็ม ทำให้คนต้องกดเงินแต่ละครั้งมากขึ้น จำนวนที่ใช้ก็เลยลดลง) แต่จำนวนการโอนเงินเพิ่มขึ้น ๓๗% จำนวนการฝากเงินเพิ่มขึ้น ๑๕.๕% ซึ่งทางแบงก์ชาติบอกว่า อันนี้เป็นเรื่องดี เพราะถือว่าการใช้เอทีเอ็มมีประสิทธิภาพมากขึ้น และก็เลยทำให้ธนาคารมีภาระในการทำธุรกรรมในสาขาลดลง
เมื่อมีภาระในการทำธุรกรรมในสาขาลดลงก็อย่าแปลกใจที่อีกหน่อยเราจะเห็นพนักงานในแต่ละสาขาลดลงตามไปด้วย แล้วหน้าที่ก็จะเริ่มเพิ่มในด้านการขายมากขึ้น (ทุกวันนี้ก็มากอยู่แล้ว) ขายกองทุน ขายประกัน ขายสินเชื่อรถยนต์ ฯลฯ ถ้าพนักงานแบงก์คนไหนไม่ชอบงานขายก็คงลำบากหน่อยล่ะครับตอนนี้
กรกฎาคม 14, 2008
๖๕๐,๑๐๐ เหรียญ เป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับปีนี้ครับ
จำนวนเงินที่ว่าเป็นตัวเลขที่ Guy Spier ซึ่งเป็นซีอีโอของ Aquamarine Capital Management กับ Mohnish Pabrai ต้องควักกระเป๋าจ่ายไป แต่ไม่ได้จ่ายให้กับปู่ Buffett นะครับ เป็นการจ่ายให้กับองค์กรการกุศล รายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์มื้อนั้นอ่านได้ที่นี่

(ภาพจาก Time)
ถ้าใครคิดว่า บ้าไปแล้ว มีคนยอมจ่ายขนาดนี้เพื่อจะร่วมโต๊ะกับคุณปู่ ลองดูตัวเลขที่ต้องควักของปีหน้าเสียก่อน ตัวเลขประมูลเพื่อจะร่วมโต๊ะกลางวันกับปู่ Buffett ปีหน้าอยู่ที่ ๒.๑ ล้านเหรียญ ผู้ชนะเป็นนักการเงินชาวจีน ชื่อ Zhao Danyang ครับ
ของผม ไม่ต้องจ่ายขนาดนั้นนะครับ แค่เลี้ยงข้าวฟรี ก็ไปแล้วววววว…เอิ๊ก (ตลกบริโภคกันดื้อๆอย่างนี้แหละ)
กรกฎาคม 11, 2008
คุณปู่แกเป็นนักลงทุนระดับตำนานคนนึง อาจจะไม่ดังหรือไม่รู้จักกันกว้างขวางเท่าปู่ Warren Buffett แต่ก็มีคนชื่นชมเยอะอยู่เหมือนกัน ปู่เป็นนักลงทุนอเมริกันคนแรกๆ (อย่าแปลกใจว่าเป็นอเมริกันทำไมถึงเป็น Sir) ที่ขยายการลงทุนออกต่างประเทศ
อ่านเองละกัน ที่นี่ แล้วก็ ที่นี่
กรกฎาคม 9, 2008
ขณะที่ยังไม่รู้ว่าแบงก์ชาติจะเอายังไงกับนโยบายดอกเบี้ย แต่ดูท่าว่านายแบงก์คงเลือกเดินทางนี้กันแน่ เพราะหลายต่อหลายแบงก์เริ่มประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือออกบัญชีเงินฝากพิเศษที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติทั่วไปออกมากันแล้ว รายที่ฟังแล้วน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเห็นจะเป็นเจ้านี้ครับ แบงก์กรุงไทย ทางซีอีโอออกมาบอกเองว่า จะออกบัญชีเงินฝากใหม่ที่ให้อัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ระหว่าง ๕.๕-๖.๕% ต่อปี แต่กำหนดให้ฝากไม่ต่ำกว่า ๑ แสนบาทแต่ไม่เกินคนละ ๑ ล้านบาท แล้วต้องไปฝากในงานมหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ที่กระทรวงการคลังจะจัดที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี วันที่ ๑๗-๒๐ กรกฎาคมนี้นะครับ
กรกฎาคม 8, 2008
ใช่ครับ หมายถึงคนไทยอย่างคุณกับผมนั่นแหละ ไม่ใช่ระดับท่านๆทั้งหลายหรอก
สงสัยล่ะสิว่าเรื่องอะไร ก็เรื่องน้ำมันเรื่องแก๊สที่กำลังวุ่นวายกันตอนนี้นี่แหละครับ ที่ผ่านมาบ้านเราเอาแก๊สแอลพีจีมาติดรถยนต์ใช้กันมาเป็นสิบปี ก็ไม่มีปัญหาอะไร อาจจะมีบ้างบางครั้งที่เกิดไฟลุกให้ตื่นเต้นกันบ้างแต่ก็นานๆครั้ง และก็มักจะเป็นกรณีที่เอาไปติดตั้งกับช่างที่ไม่ค่อยได้มาตรฐาน แต่พอมาวันดีคืนดี ทางประตูไทย จำกัด (มหาชน) (ต้องเขียนจำกัด (มหาชน) เอาไว้ด้วย จะได้รู้ว่าไม่ใช่หน่วยงานรัฐแล้วนะ เป็นของผู้ถือหุ้นแล้ว เพราะฉะนั้นเขาไม่ได้รับใช้ประชาชนแล้วนะครับ เขารับใช้ผู้ถือหุ้นตะหาก ภารกิจหลักของเขาคือต้องแม๊กซิไมซ์แชร์โฮลเดอร์แวลูน่ะเอ้อ) ก็เกิดอยากจะผลักดันให้มาใช้แก๊สเอ็นจีวีขึ้นมา (เพราะตัวเองผลิตได้คนเดียว ถ้าทำสำเร็จก็ผูกขาดตลาดเห็นๆ) ก็เริ่มออกมาลดแลกแจกแถมให้คนมาติดแก๊สเอ็นจีวีในรถยนต์กันเยอะๆ
ระดมกันมาสารพัดวิธี กระหน่ำโฆษณากรอกหูบ้างล่ะ ช่วยออกตังค์ค่าติดตั้งให้หมื่นนึงบ้างล่ะ หาสถาบันการเงินมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้บ้างล่ะ แหม…ใจดีจริงๆ เท่านั้นยังไม่พอ พ่อเริ่มปล่อยข่าวกันมาเป็นขบวนการเลยนะว่าใช้แก๊สแอลพีจีแล้วมันอันตรายนะ อย่างโน้น อย่างนี้ ถ้ามันอันตรายจริงทำไมเมืองนอกเขาใช้กันมาเป็นสิบๆปีแล้วฟะ? มีทั้งยุโรป ออสเตรเลีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ
ขนาดนั้นยังไม่พอ พอเห็นคนยังใช้แอลพีจีกันอยู่พี่เล่นทำของขาดตลาดซะอย่างนั้น น้ำมันก็แพงอยู่แล้วใช่มั๊ย อ้างราคาตลาดโลกใช่มั๊ย เอาน่ะ เหตุผลพอฟังขึ้น แต่ทำไมแอลพีจีที่พี่ผลิตเองพี่ดันบอกว่าเรือมันเข้าเทียบท่าไม่ได้วะ? แถมยังมาขู่อีกว่าเดี๋ยวจะต้องขึ้นราคาอีกนะเว้ย เพราะราคาตลาดโลกมันขึ้น ทุกวันนี้ต้องอุ้ม (ราคา) เอาไว้ให้พวกเอ็งด้วยนะเว้ย (ยังมาทวงบุญคุณกันอีก ซาบซึ้งจริงๆกู)
อ้าว เฮ้ย ก็ผลิตได้เองทำไมต้องอิงราคาตลาดโลกอีกวะ (อ๋อ…รู้แล้ว ต้องแม๊กซิไมซ์แชร์โฮลเดอร์แวลู ม่ายงั้นโบนัสจะไม่จั๋งหนับ)
(นี่ยังไม่นับเรื่องที่พี่มากระตุ้นให้คนติดเอ็นจีวีแต่เจือกไม่ทำปั๊มให้เขาเข้าไปเติมด้วยนะ เขาด่ากันพึมทุกวัน รู้กันบ้างไหมเนี่ย) 8(
ข้อมูลแอลพีจี (บางส่วน) อ่านที่นี่ ที่นี่ และที่นี่
กรกฎาคม 4, 2008
ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ ๑๐ ปีไปอีกครั้ง หลังจากเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ ๗.๖% แถมยังคาดว่าประกาศตัวเลขงวดหน้า (ซึ่งจะเป็นเงินเฟ้อของเดือนกรกฎาคม) อาจจะทะลุ ๑๐% ให้ได้เฮกันบ้าง
เชียร์บอลเสร็จแล้ว เชียร์แทมมี่ต่อ คราวนี้ก็ถึงคราวเชียร์อัพตัวเองกันบ้างนะครับ
เฮ้อออออ…กรูล่ะกลุ้ม
(อ่านข่าวเงินเฟ้อที่นี่ ที่นี่ และที่นี่ )
กรกฎาคม 2, 2008
หลังจากทำตัวเป็นพลเมืองดีทำหน้าที่ส่งส่วยให้กับกรมถอนขนห่านอย่างไม่มีบิดพริ้วไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมก็เฝ้ารอวันเวลาที่หลวงท่านจะส่งเงินส่วนเกินที่ท่านยึดไปก่อนแล้วกลับคืนมาอย่างใจจดใจจ่อ ถึงแม้ท่านจะบอกว่าจะต้องใช้เวลาพิจารณาเอกสารนานถึง ๙๐ วันผมก็ไม่บ่นแม้แต่คำเล็กคำน้อย ได้แต่ก้มหน้าก้มตารับแต่โดยดี
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ที่เป็นวันครบกำหนด ๙๐ วันตามที่ท่านสัญญา ยังไม่เห็นเช็คที่สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามกฎหมายมาส่งที่บ้าน ผมก็เข้าไปเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ ลองคลิกดูเผื่อจะอยู่ในรายชื่อบุคคลที่เช็คถูกตีกลับ ก็ไม่มี
ก็เลยต้องโทรเข้าไปถามที่ call center หลังจากกดๆจิ้มๆตามที่เสียงในโทรศัพท์บอกแล้ว ก็มีเสียงบอกมาว่า คิวของผมที่รอสายอยู่เนี่ย เป็นคิวที่ ๑๘ (เอิ๊กกกกก…) เอา เอา ได้วะ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่ อยากได้เงินคืนก็ต้องทนหน่อย ก็รอไปสิ ๑๘ คิวเอง
สักพักก็มีพนักงานสาว (เสียง) สวยมารับสาย พอผมแจ้งความจำนงค์ไป เธอให้รอสายสักครู่ คงไปกดๆจิ้มๆอะไรของเธอดูบ้างน่ะครับ แล้วก็กลับมาบอกว่า ตอนนี้กำลังพิจารณาเอกสารอยู่นะคะ รออีกไม่นานนะคะ
ได้ครับ รอมา ๙๐ วันแล้ว รออีกสัก ๑๐ วันจะเป็นไรไป ให้มันครบ ๑๐๐ วันจะได้เผาพอดี
เอิ๊กกกกก…
กรกฎาคม 1, 2008