แนะนำหนังสือ : กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ

หลังจากดอกเบี้ยเงินฝากเริ่มปรับตัวลดลงแถมมองไปข้างหน้าก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหยุดอยู่ตรงไหน เพื่อนฝูงหลายคนที่รู้ว่าผมเล่นหุ้น (ขออนุญาตใช้คำนี้เพราะถนัดปากกว่า “ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์” หรือ “ลงทุนในหุ้น”) ก็เริ่มมาเลียบๆเคียงๆถามไถ่กันว่า ถ้าเขา/เธออยากจะมาเล่นหุ้นบ้างควรจะต้องทำอย่างไร ศึกษาหาความรู้จากที่ไหน

ผมก็เลยให้คำแนะนำไปว่านอกจากความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหุ้นและตลาดหุ้น ประเภทที่ว่าจะเปิดพอร์ตอย่างไร เลือกโบรกเกอร์ยังไง หุ้นมีกี่ประเภท อะไรพวกนั้นแล้ว เขา/เธอควรจะหาความรู้เกี่ยวกับวิธีการลงทุนที่ถูกต้องเอาไว้เสียตั้งแต่แรกที่คิดจะเล่นหุ้น ไม่ควรจะไปเสียเวลาอยู่ในด้านมืด ชนิดที่คอยฟังแต่นักวิเคราะห์ตามทีวีหรือสำนักต่างๆ หรือปล่อยให้ชะตาชีวิตขึ้นอยู่กับโพยที่มาร์เก็ตติ้งจะมากระซิบบอกแต่เพียงอย่างเดียว ควรจะศึกษาหลักการลงทุนที่น่าจะสร้างความสำเร็จได้ในระยะยาวเอาไว้เสียเลย ส่วนจะไปปรับใช้อย่างไรก็แล้วแต่นิสัยของแต่ละคน

สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อนเลยผมขอแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนครับ “กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ” โดยคุณเทพ รุ่งธนาภิรมย์

กลยุทธ์หุ้นห่านทงคำ

คุณเทพเคยทำงานธนาคารเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของธนาคารฮีโร่ตัวเขียว ในยุคที่หุ้นบูมใครๆก็ใส่เงินลงมาในตลาดหุ้น ด้วยความหวังว่าจะสร้างผลตอบแทนได้อย่างง่ายๆ คุณเทพก็เป็นคนหนึ่งที่เล่นหุ้นตามโพย ตามเสียงเชียร์ของมาร์เก็ตติ้ง แถมยังเอาจริงถึงขนาดกู้เงินมาเล่นด้วยซ้ำ แต่แล้วเมื่อตลาดวาย เกิดต้มยำกุ้งไครซิส ความฝันกลับมาสู่ความจริง คุณเทพบาดเจ็บจากการลงทุนเหมือนเช่นคนอื่นและทำให้ขยาดกับตลาดหุ้นไปพักหนึ่ง

แต่หลังจากที่กลับไปพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว คุณเทพก็เลือกที่จะกลับมาเล่นหุ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีการศึกษาหาข้อมูล ทำการบ้านมาพร้อมและประสบความสำเร็จในที่สุด

หนังสือเล่มนี้ก็คือเคล็ดลับที่คุณเทพเขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง

จุดเด่นที่ผมแนะนำให้คนเริ่มต้นเล่นหุ้นอ่านหนังสือเล่มนี้เสียก่อนก็คือ คุณเทพเขียนหนังสือด้วยถ้อยคำและภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย แม้แต่เรื่องของงบการเงินซึ่งเป็นเหมือนยาขมหม้อใหญ่สำหรับนักลงทุนหลายคน (รวมทั้งผมด้วย) ก็ยังเข้าใจได้โดยง่าย นอกจากนี้ เนื้อหาในหนังสือก็ถือว่าค่อนข้างครอบคลุมสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ เพราะมีตั้งแต่การปูพื้นในเรื่องง่ายๆไล่ไปจนถึงตัวอย่างของการวิเคราะห์หุ้น (หุ้นจริงแต่เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามเสียใหม่) การอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเท่ากับเป็นการให้ภาพใหญ่กับนักลงทุน ก่อนที่จะไปเจาะเพิ่มเติมในเนื้อหาส่วนที่ต้องการต่อไป

ถึงแม้ว่าเนื้อหาในเล่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนเพื่อหวังผลจากเงินปันผลเป็นหลัก แต่นักลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนที่เป็น capital gain ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน เพราะหลักการเลือกหุ้นที่คุณเทพนำมาถ่ายทอดในหนังสือเล่มนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ไม่ยาก

อ้อ จุดเด่นอีกข้อนึงที่ลืมไม่ได้คือ หนังสือเล่มนี้ราคาไม่แพง คุ้มค่าเกินราคามากๆ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ (เล่มที่ผมมีเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ราคา 120 บาทเท่านั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้พิมพ์ครั้งที่เท่าไหร่และราคาเท่าไหร่ครับ)

Advertisements

Book : วัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวคุณเอง

วันหยุดปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว เป็นโอกาสอันดีในการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา นั่งทบทวนถึงการตัดสินใจลงทุนที่ถูกต้องและผิดพลาด คำนวณผลตอบแทนของปีนี้และถ้าจะให้สมบูรณ์ก็น่าจะเติมอาวุธให้ปัญญาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในปีหน้า ที่เขาว่าเป็น “ปีหมูไฟ”

วันหยุดหลายวันที่กำลังจะมาถึงก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับหาหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนดีๆมานั่งอ่านนอนอ่านสักเล่ม

ผมขอแนะนำ วัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวคุณเอง โดย สุมาอี้

หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยลงทุนในตลาดหุ้นและไม่เหมาะกับนักลงทุนประเภทเก็งกำไร หรือพวกที่ลงทุนตาม “เขาบอก” หรือ “มาร์ฯบอก” หรือ “เขาจะไล่” หรือ “เจ้าของจะทำราคา” ทั้งหลายทั้งปวง เพราะถ้าคุณเป็นนักลงทุนประเภทที่ว่ามาหนังสือเล่มนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรกับคุณเลย แต่หนังสือเล่มนี้จะเหมาะมากสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่มีประสบการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นมาบ้างแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาดหุ้นมาระยะหนึ่ง ตัดสินใจและเลือกแนวทางการลงทุนได้แล้วว่าสนใจจะลงทุนตามปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

เนื้อหาใน “วัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวคุณเอง” ได้ให้หลักการและตัวอย่างในการวัดมูลค่าหุ้นไว้ 4 ประเภทด้วยกัน (แถมด้วยการวัดมูลค่าวอร์แรนต์ ซึ่งได้รับความนิยมในการลงทุนไม่น้อยหน้าหุ้นสามัญด้วยเช่นกัน) ได้แก่ หุ้นปันผล หุ้นกระแสเงินสด หุ้นเติบโตและหุ้นวัฎจักร (ซึ่งก็แทบจะครบทุกรูปแบบการลงทุนอยู่แล้ว)

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือการอธิบายเรื่องที่น่าจะเข้าใจยากให้เข้าใจง่าย พร้อมด้วยตัวอย่างที่ชัดเจนในแต่ละกรณี คือ sauce tf pttep ratch oishi และ rcl ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าเมื่ออ่านตัวอย่างเหล่านี้แล้วผู้อ่านจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวัดมูลค่าหุ้นบริษัทอื่นที่สนใจอยู่ได้ไม่ยาก

การอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ควรอ่านชนิดรวดเดียวจบเหมือนอ่าน Da Vinci Code แต่ควรจะค่อยๆอ่าน ค่อยๆย่อย ทำความเข้าใจไปทีละหน้า ทีละบท ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ย้อนกลับไปอ่านซ้ำ วิธีนี้ผู้อ่านจะได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวจะใช้เวลานาน เพราะคุณไม่ได้อ่านแข่งกับใคร ไม่ต้องรีบอ่านให้จบโดยไม่เข้าใจ เพราะตลาดหุ้นไม่หนีคุณไปไหน

บางคนอาจจะติว่าราคาแพงเกินไปสำหรับหนังสือเล่มเล็กๆเล่มหนึ่ง อาจจะใช่ ถ้าคุณวัดมูลค่าหนังสือจากขนาดรูปเล่ม หรือจำนวนหน้าและน้ำหนัก แต่ต้องบอกว่าราคา 200 บาทนี้ถูกมากเมื่อเทียบกับผลกำไรที่คุณจะได้รับจากการลงทุนในอนาคตครับ

powered by performancing firefox